Drucken
Kategorie: ปทรูปสิทฺธิฏีกา
Zugriffe: 349

ปทรูปสิทฺธิฏีกา

๓.  การกกณฺฑ

มาวิภตฺยตฺถวณฺณนา

เอตฺตาวตา  สลิงฺคาลิงฺคนาเมสุ  นามิกวิภตฺยวตารํ  ทสฺเสตฺวา  อิทานิ  ตาสํเยว  วิภตฺตีนํ  อตฺถวิภาเค  ทสฺเสตุํ  “อถ  วิภตฺตีนมตฺถเภทา”ติอาทิ  อารทฺธํ.  อตฺถเภทาติ  อตฺถวิภาคา.

อิธ  อธิปฺเปตวิภตฺติโย  สรูปโต  วจนตฺถโต  ปเภทโต    ทสฺเสตุํ  เอกมฺปิ  อตฺถนฺ”ติอาทิ  วุตฺตํ.  เอกมฺปิ  ปุริสาทิอตฺถํ  “ปุริโส  ปุริสา”ติ  เอกตฺตพหุตฺตสงฺขฺยาวเสน    “ปุริสํ  ปุริเสนา”ติ  กมฺมาทิการกโยคเภทวเสน    วิภชนฺติ  วิภตฺตึ  กตฺวา  โชเตนฺตีติ  วิภตฺติโยติ  วจนตฺถทสฺสนํ.  สฺยาทโยติ  สรูปนิทสฺสนํ.  สตฺตวิธาติ  ปเภททสฺสนํ.  เอตฺถ    วิภตฺติเภเท  วจนเภเท    สมุปลพฺภมานํ  ปุริสกญฺสาจิตฺตสงฺขาตํ  ทพฺพลิงฺคาทิตฺติกํ  สทฺทตฺโถ. ยํ  ปน  วิภตฺติวจนเภเท  สงฺขฺยากมฺมาทิทฺวิกํ    อเนฺวติ    วิภชติ,  โส  วิภตฺยตฺโถติ  เกจิ.  โหติ  จ--

ปวตฺยเนฺวติ  รุกฺขาทิ วิภตฺติวจนนฺตเร,

สทฺทตฺโถ  โส  วิภตฺยตฺโถ สงฺขฺยากมฺมาทิเภทิยํ.

เอกทฺวิตฺตาทิสงฺขฺยา  เอกาทิสงฺขฺยาสทฺทานเมวตฺโถติ  กิตกาทีหิ  อภิหิตกมฺมาทิกญฺจ  กิตนฺตาทิสทฺทานเมวตฺโถติ   ทพฺพลิงฺคปริมาณตฺติกญฺจ  สงฺขฺยากมฺมาทิทฺวิกญฺจาติ  อยํ  ปญฺจวิโธปิ  อตฺโถ  ปกติสทฺทตฺโถ  เอว.  วิภตฺติ  ปน  โชตกา  “ลิงฺคตฺเถ  มา”ติ  วจนโต.  ภวติ    ชาติคุณาทปฺปวตฺตินิมิตฺตมาทาย  อตฺเถสุ  สงฺขฺยาทิกญฺจ  สทฺโทท,  วทติ  ยทิจฺฉาวเสนาปิ.

[๒๘๓]  ลิงฺคตฺถสฺส  รุกฺขาทิวจนตฺถสฺส  อภิธานมตฺเต  กถนมตฺเตเยว  โชเตตพฺเพ  มาวิภตฺติ  โหตีติ  อตฺโถ.

ลิงฺคนฺติ  นิลีนํ.  ปุรอโสติอาทีนนฺติ  “ปิโสล  อคฺคโย,  สตฺถาโร,  เวนเตยฺโย,  นาวิโก”ติ เอวมาทีนํ  ยา  ปุริส อคฺคิ สตฺถุ วินตา นาวาติอาทิกา  อยํ  ลิงฺคาปกติ  โอ โย อาโร เอยฺย อิก อิจฺเจวมาทิกา  ปจฺจยาติ  เอวํ  ปกติปจฺจยาทีนํ  วิภาคสฺส  เภทสฺส  ปริกปฺปนาย  สทฺทลกฺขเณน  นิปฺผาทิตานํ  สทฺทสฺส  จิตฺตสมุฏฺานวจีโฆสสฺส  อุจฺจารณานนฺตรํ  วิทฺธํสิตตฺตาย  ปุน  นิปฺผาเทตุมสกฺกุเณยฺยสฺส  สุตานุปุพฺพิยา  มนสา  สมฺปิณฺฑิตฺวา  อลาตจกฺกํ  วิย  สมุทิตากาเรน  คหิตตฺตา  สุตสทฺทสฺส  ปติรูปกานํ  ตํสทิสปฏิภาคานํ  อวโพธนตฺถํ  มํ  เปตพฺพํ  ปุริส อคฺคิ สตฺถุ วินตา นาวาติอาทิ  ปกติรูปํ  ลีนํ  องฺคนฺติ  ลิงฺคํ  วุจฺจติ.

อิทานิสฺส  ลีนสฺส  อปากฏสฺส  สทฺทตฺถสฺส  คมนโต  โพธนโต  อตฺถสฺส  ลิงฺคนโตติปิ  ลิงฺคํ  ปาฏิปทิกนฺติ  ทสฺเสตุํ  “อถ  วา”ติอาทิ  วุตฺตํ.  วิสโท    อวิสโท    อุภยรหิโต    โย  ปุริสาทีนํ  คมนาทิเภโท  อากาโร,  โส เอว  อวจนตฺถตาย  โวหาโร  ปุมาทิเภทชานเน  เหตุตฺตา  ปุมิตฺถินปุํสกลิงฺคนฺติ  ทสฺเสตุํ  “วิสทาวิสโท”ติอาทิ  วุตฺตํ.  ลีนสฺส  คมนโตติ  ปุริสาทิสทฺทสฺส  อปฺปโยเค  ลีนสฺส  อปากฏสฺส  ปุริสาทิอตฺถสฺส  คมนโต  โพธนโต  ลิงฺคํ.  ตสฺเสว  วจนตฺถสฺส  ลิงฺคนโต  าปนโต  ลิงฺคนฺติ  เอวํ  หิ  ลิงฺคธาตุเภทสิทฺเธน  อตฺถานุคมตนามวเสน  วา.  “ปาฏิปทิกนฺ”ติ  ปาณินีเย  อาคตํ  อปรํ  นามเธยฺย  อสฺสาติ  ปาฏิปทิกาปรนามเธยฺยํ.  สฺยาทิวิภตฺยนฺตปทสฺส  ปกติรูปํ  ยํ  ลิงฺครูปํ  “ลิงฺคญฺจ  นิปจฺจเต”ติ  อิมินา  นิปฺผาทิตํ  ยญฺจ  ตทฺธิตสมาสาทิสุตฺเตน  ลทฺธนามพฺยปเทสํ,  ตทุภยํ  เจตฺถ  ลิงฺคนฺติ  วุตฺตํ.

ลิงฺคสฺส  อตฺโถ  นาม  อุปาทายปญฺตฺติสงฺขาโต  ฆฏปฏาทิโวหารตฺโถ    ปถวีธาตุผสฺสาทิสภาวธมฺมานํ กกฺขฬตฺตผุสนาทิสามญฺกาโร  จาติ  สมฺพนฺโธ.  ปพนฺธวิเสสากาเรนาติ  ปาณิสนฺตาเนสุ  กมฺมสมุฏฺานาทิรูปกลาปสนฺตติปพนฺธวิเสสากาเรน  อนินฺทฺริยพนฺธสนฺตาเนสุ  ภูมิปพฺพตาทีสุ  อุตุชกลาปสนฺตติปพนฺธวิเสสากาเรน    ปวตฺตมาเน  รูปาทโย  พหิทฺธา  สุทฺธฏฺกภูเต  วณฺณาทโย  อชฺฌตฺติเก  รูปกฺขนฺธาธโย    วตฺถุธมฺเม  อุปาทาย  นิสฺสาย  ปญฺาปิยมาโน  เตน  เทวมนุสฺสติรจฺฉานาทินา  ภูมิปพฺพตเกสโลมเคหรถฆฏปฏาทนา    ปกาเรน  าปิยมาโน  ตทญฺานญฺภาเวน  เตหิ  รูปาทีหิ  ธมฺเมหิ  อญฺตฺเตน  อนญฺตฺเตน  อนิพฺพจนีโย  ยทิ  หิ  รูปาทีหิ  สตฺตสฺส  ฆฏาทิโน  วา  อญฺตฺตํ  สิยา,  ตทา  วิสุํ  อุปลพฺภนียตาติปฺปสงฺโค.  อนญฺตฺตํ  รูปาทีนํ  วิย  อเนกตาติปฺปสงฺโค  สิยา,  ตทา      ตถา  ทิสฺสติ.  ตสฺมา  ตทุภยากาเรน  อวจนีโย  รูปาทึ  นิสฺสาย  สพฺภาวโต  สสวิสาณาทีสุ  วิย      อจฺจนฺตาภาวโต.  รูปาทีนํ  สมูหสนฺตานานํ  อวตฺถาทิเภโท  สาสเน  อุปาทายปญฺตฺติสงฺขาโต  ฆฏาทิโวหารตฺโถ    ลิงฺคสฺส  อตฺโถ  นาม,  ยา  “อตฺถปญฺตฺตี”ติปิ  วุจฺจติ.  อิมสฺส  ปน  โวหารตฺถสฺส  ทีปกํ  ลิงฺคํ  นาม,  ปรมตฺถโต  อวิชฺชมานสฺส  สมูหสนฺตานาทิอตฺถสฺส  ปญฺาปนโต  ปกาสนโต  อวิชฺชมานปญฺตฺตีติปิ  วุจฺจติ.

อิทานิ  วิชฺชมานปญฺตฺติยา  อตฺถภูโต  ปรมตฺโถปิ  ลิงฺคสฺเสว  อตฺโถติ  ทสฺเสตุํ  “ปถวีธาตุผสฺสาทีนนฺ”ติอาทิ  วุตฺตํ.  ตตฺถ  ปถวีธาตุอาทีนํ  รูปธมฺมานํ  ผสฺสาทีนํ  อรูปธมฺมานํ    สภาวธมฺมานํ  อตฺตโน  อตฺตโน  สภาเวน  กกฺขฬตฺตผุสนาทิสลกฺขเณน  อุปลพฺภมานานํ  ปรมตฺถธมฺมานํ  อตีตาทิกาลเภภทน  อปายภูมิอาทิเทสเภเทน  อชฺฌตฺติกพาหิรสนฺตานาทิเภเทน    ภิกฺขานํ  วิชาติวินิวตฺโต  อปถวีธาตุอผสฺสาทิวิสทิสชาติเยหิ  ธมฺเมหิ  วินิวตฺโต  สชาติยสาธารโณ  สมานชาติยานํ  ปถวีธาตุผสฺสาทีนมฺปิ  กกฺขฬตฺตผุสนาทิสภาวานติวตฺตเนน  สาธารณภูโต  ยถาสงฺเกตมาโรปสิทฺโธ  “ปตฺถฏตฺตา  ปถวีธาตุ  อารมฺมณํ  ผุสตีติ  ผสฺโส”ติ  เอวมาทินา  ปวตฺตปุพฺพสงฺเกกตานุรูปํ  ปุพฺพคหิตนามเธยฺยานุรูปํ  พุทฺธิยา  คหิตาวยวเภทสฺส  ตทญฺสมฺภเว  กกฺฬตฺตผุสนาทิลกฺขณมตฺเต  กตสฺส  อชฺฌาโรปเนน  อเปกฺขเนน  สิทฺโธ  วิชฺชมานปญฺตฺติภูตตชฺชาปญฺตฺติยา  อตฺโถติ  สงฺขาโต  กกฺขฬผุสนาทิสามญฺากาโร    โหติ.  ตา  วิชฺชมานาวิชฺชมานปญฺตฺติวสโต  ทฺวิธา  ลิงฺคา,  ตทตฺโถ  สมฺมุติปรมตฺถวสา  ทฺวิธา.

โส  ปน  ยถาวุตฺโต  สมฺมุติปรมตฺถเภโท  ลิงฺคตฺโถ  ทุวิโธติ  สมฺพนฺโธ.  วิธียมานตฺตาติ  วกฺขมานตฺตา.  เตหิ  ลิงฺคสงฺขฺยาทีหิ  วินิมุตฺโต  ตพฺพินิมิตฺโต.  อุปสคฺคานํ  อาทิสทฺเทน  เกสญฺจิ  นิปาตานญฺจ  ปทานมตฺโถ  จาติ  อยํ  ทุวืโธปิ  กมฺมาทิสํ  สคฺครหิโต  สุทฺโธ  เกวโล  สทฺทตฺโถ  นาม.

โย  ปน  “ปจฺจติ  โอทโน  คนฺตพฺโพ  มคฺโค”ติอาทินา  อาขฺยาเตน  กิตเกน  ตทฺธิเตน  สมาเสน    วุตฺโต  กมฺมาทิการเกหิ  สามิอาทีหิ    สํสฏฺโ  สหิโต  อตฺโถ.  ยถา-- ธมฺโม   เอโส  เทสียตีติ,  ภควา  ธมฺมํ  เทเสติ.  กิตกาภิหิเต  สฺวาขาโต  ภควตา  ธมฺโม,  สคฺคํ  คโต  ปุริโส.  ตทฺธิตา-หิเต  อาภิธมฺมิโก,  วาสิฏฺโ.  สมาสาภิหิเต  อาคตสมโณ  วิหาโร,  ชิตินฺทฺริโย  สมโณ.

อุปสคฺคานมตฺเถ  เกสญฺจิ  กมฺมาทิสํสคฺครหิตานํ  นิปาตสทฺทานมตฺเถ    สุทฺเธ  ลิงฺคสงฺขฺยาทิอตฺเถ    อาขฺยาตาทีหิ  อภิหิเต  กถิเต  กมฺมาทิอตฺเถ    มาวิภตฺติเยว  โหตีติ  อตฺโถ.

สลิงฺเคติ  ปุมาทิลิงฺคสหิเต  กฺริยาย  สมฺพนฺธรหิเต  สุทฺธทพฺเพ  ตาว  อุทาหรณํ  ทสฺสียติ.  เอวํ  สสงฺขฺยาปริมาณาสุปิ.  “เอโส  ปุริโส  ติฏฺตี”ติ  เอตฺถ  หิ  กฺริยาย  สมฺพนฺเธ  อภิหิตกตฺตุสํสฏฺโ  อตฺโถ  สิยา,  ตสฺมา  กฺริยาย  รหิโตว  ทสฺสิโต  นามมาลา  วิย.  วิย.  เอวํ  เอกาทิสงฺขฺยาปริมาเณสุปิ  เอตฺถ  หิ  ปุริสาทิสทฺทา  ยถากฺกมํ  ปุมิตฺถนปุํสกสหิตตฺถวาจกา.  ตตฺถ  เอกตฺถาภิธาเน  สติ  เอกวจนํ,  พหุตฺตาภิธาเน  พหุวจนํ.  เอวํ  อุปริปิ.

เอกาทสทฺทานํ  ปกติยา  เอกาทิคณตฺถตาย  สงฺขฺยาปิ  สทฺทตฺถโต  เอว.

โทโณติ  โสฬสนาฬิ.  ขารีติ  โทณฏฺกทฺวยํ.  อาฬฺหกมิติ  จตุนาฬิ.  สตฺตามตฺเต  อทพฺพภูเต  สมุจฺจยนาทิสมฺภวมตฺเต.

“อาลปเน  จา”ติ  อาลปนตฺถาธิเก    ลิงฺคตฺเถ  สทฺทตฺเถ    มาวิภตฺติ  โหตีติ  อตฺโถ.  ตตฺถ  อาลปนนฺติ  กถนํ.  อามนฺตนนฺติ  อภิมุขํ  กตฺวา  มนฺตนํ,  โพธนนฺติ  อตฺโถ.

ลทฺธสรูปสฺสาติ  นิปฺผนฺนสรูปสฺส  วตฺถุโน.  กฺริยาย  โยโค  สมฺพนฺโธ,  ตสฺส  อภาวโต  อามนฺตนตฺถสฺส  กฺริยาย  นิมิตฺตตา    สมฺภวติ.  อิทนฺติ  อาลปนํ.

วุตฺตญฺจาติ  มญฺชูสายํ.  วิชฺชมานสฺส  ปเคว  สิทฺธสฺส  “โภ  ปุริสา”ติ  สทฺเทน  วจเนน  อภิมุขีกรณํ  อามนฺตนํ  นาม.  วิธาตพฺเพติ  “โภ  ปุริส  ตฺวํ  ราชา  ภว”อิติ  เอวํ  วิธาตพฺเพ  ตํ  อามนฺตนํ  นาม  นตฺถิ.  สิทฺธสฺส  อนุปวาโท  อามนฺตนํ.  อสิทฺธสฺส  อิธ  ราชภาวสฺส  วิธานํ  วิธิ,  ตสฺมา  “โภ  ราช  ราชา  ภวา”ติ  ตฺตุํ    ยุชฺชตีติ  อธิปฺปาโย.

อิติ  มาวิภตฺติวณฺณนา.

---------------

ทุติยาวิภตฺติวณฺณนา

[๒๘๔]  กรียตีติ  กมฺมํ.  กมฺมเมว  อตฺโถ  กมฺมตฺโถ,  ตสฺมึ  กมฺมตฺเถ  อภิธาตพฺเพ  อภิเธยฺเยว.  “ตโต    วิภตฺติโย”ติ  อวิเสเสน  วุตฺตตฺตา  กมฺมสํสฏฺวาจกลิงฺคโต  ทุติยาเยว  โหตีติ. 

อยํ  ปน  ทุติยา  อฺขฺยาตาทินา  อนภิหิเตเยว  กมฺมตฺเถ  ภวติ,  อิมสฺส  ปนตฺถสฺส  “กมฺมนิ  ทุติยาย  กฺโต”ติ  สุตฺเต  “กมฺมนิ  กฺโต”ติ  อวตฺวา  ทุติยายคฺคหณเมว  าปกํ.  อภิหิเต  กมฺมนิ  ทุติยาย  อสมฺภวโต  “กมฺมนิ  ทุติยายนฺ”ติ  อิธ  วิเสสนํ  กตนฺติ  ทฏฺพฺพํ.  อวิสิฏฺสฺส  พฺยภิจารสมฺภเว  สติ  หิ  วิเสสนํ  สาตฺถกํ  ภวติ,  ยถา  “นีลุปฺปลนฺ”ติอาทีสุ  วิย.

วจนตฺถโต  สรูปโต  ปเภทโต    กมฺมํ  ทสฺเสตุํ  กึ  กมฺมนฺ”ติ  ปุจฺฉา.

[๒๘๕]  ยํ  วา  อตฺถํ  กโรติ  นิพฺพตฺเตติ  วิกโรติ  วิการมาปาทียติ,  ยํ  วา  กฺริยาย  ปาปุณาติ,  ตํ  การกํ  นิพฺพตฺตนาทิกฺริยานิมิตฺตํ.

อิธ  การกวิสเย  มปุริโส  “กโรตี”ติ  ลิงฺควจนญฺจ  กาลวิเสสวจนญฺจ  เอกวจนญฺจ  อตนฺตํ  อปฺปธานํ. ตสฺมา  “ยํ  อกาสิ  กริสฺสตี”ติ  “โย  กโรติ  เย  กโรนฺตี”ติอาทินาปิ    วิรุชฺฌติ.  กโรตีติ  การกํ.  กตฺตุกมฺมสมเวตาย  คมนปจนาทิกิริยาย  นิปฺผตฺติการณํ  ตสฺสา  กมฺมาทิภาเวเยว  ภาวโต.  โอกาโสติ  อธิกรณํ,  กตฺตุกมฺมานํ  อาธาโรติ  อตฺโถ.  ตตฺถาติ  “การกํ  ฉพฺพิธนฺ”ติ  วุตฺตการกาธิกาเร.  สภาวโต  ปริกปฺปโต  วาติ  “รูปํ  ปสฺสติ  สทฺทํ  สุณาตี”ติอาทีสุ  วิย  อตฺตโน  สภาเวน  วา  วิชฺชมาเนน  วา  “อสนฺตํ  ฆฏํ  กโรติ  อภาวํ  วิสยํ  กโรตี”ติอาทีสุ  ปริกปฺปโต  วา  กมฺมาทมฺหิ  สติ  นิพฺพตฺตนอปนยนวิธานาทิกฺริยานํ  สมฺภวโต    ตพฺภาวภาวิตาย  กมฺมาทีนํ  ฉนฺนมฺปิ  กฺริยาสิทฺธินิมิตฺตภาวโต  “การกนฺ”ติ  อยํ  โวหาโร  สิทฺโธ  เอว  โหติ,    วิรุทฺโธติ  อตฺโถ.

นิพฺพตฺตนียนฺติ  สรูเปน  นิปฺผาทนียํ  .  วิกรณียนฺติ  วิการมาปาทนียํ.  ปาปณียนฺติ  กายาทีหิ  ปาปุณิตพฺพนฺติ  อตฺโถ.

“มาตา  ปุตฺตนฺ”ติอาทิ  อุทาหรณํ.  มาตาติ  วิชายนกฺริยาย  วิชฺชมานกตฺตุการกํ.  ปุตฺตนฺติ  วิชฺชมานกมฺมการกํ.  วิชายตีติ  กตฺตุสมเวตาย  กมฺมนิมิตฺตาย  กฺริยาย  นิทสฺสนํ.  ปุตฺเต  อสติ  กึ  สา  วิชาเยยฺย,  ตสฺมา  ปุตฺโต  วิชายนกฺริยาย  นิมิตฺตตาย  การกเมว.  ภุตฺโต  โอชาสงฺขาโต  อาหาโร  ปุพฺเพ  อสโต  สุขสฺส  กมฺมุโน กมฺมสนฺนิสฺสิตชานนกฺริยาย    เหตุกตฺตุการกํ.  เทวทตฺโต  มนสา  ปริกปฺปิโต  สกตกมฺมุโน  กตฺตุการกํ  นาม.  องฺคารนฺติ  วิกรณียํ  สโต  อญฺถตฺตา  ปาทนลกฺขณํ  กมฺมํ.  กฏฺนฺติ  องฺคาโรปาทานภูตํ  วิเสสนํ.  สุวณฺณสฺส  เกยูราทิกรณํ  วิหีนํ  ลวนญฺจ  วิกรณเมว.  เกยูรํ  นาม  พาหุวลยํ.  “วีหโย  ลุนาตี”ติ  พหุวจนอุทาหรณํ.  นิเวสนนฺติ  กายิกาย  ปเวสนกฺริยาย  ปาปุณิตพฺพํ  วิชฺชมานกมฺมํ.  อาทิจฺจนฺติอาทิ  ทสฺสนาทิมานสกฺริยาย ปาปุณิตพฺพํ  กมฺมํ.  ปยิรุปาสตีติ  ปณฺฑิเตหิ  วุตฺตวจนํ  สกฺกจฺจํ  โสตุํ  อุปคนฺตฺวา  นิสีทตีติ  อตฺโถ.

กตฺตุกฺริยาภิคมฺมํ  ตนฺติ  ยํ  กตฺตุนิพฺพตฺตนาทิกฺริยาภิคมฺมํ  ปาปุณิตพฺพํ  วตฺถุ,  นิพฺพตฺตนียํ  นิพฺพตฺติ.  กมฺมนิ   ติปจฺจโย  “คตี”ติอาทีสุ  วิย.  เอวํ  วิกรณียา  วิกติ.  ปาปณียา  ปตฺติ,  เตสํ  นิพฺพตฺตาทีนํ  เภเทน  ตํ  กมฺมํ  ติวิธํ  มตํ.  ตตฺโตทาหรณํ  “สุขงฺคารนิเวสนนฺ”ติ.  สุขํ  ชนยติ,  องฺคารํ  กโรติ,  นิเวสนํ  ปวิสตีติ.

สกฺกตคนฺเถ  ปน  “กตฺตกมิมนิจฺฉิตตมํ  กมฺม”นฺติ  กมฺมสญฺสย  วุตฺตตฺตา  อนิจฺฉิตญฺจ  อิจฺฉิตานิจฺฉิตญฺจ  กถิตญฺจาติ  อนิจฺฉิตาทีนํ  วิสุํ  กมฺมสญฺ  วุตฺตา, อิธ  กจฺจายเน  อิจฺฉิตาทิเภทมนเปกฺขิตฺวา  อิจฺฉิตาทีนํ  สพฺเพสํ  สงฺคหกวเสน  “ยํ  กโรติ  ตํ  กมิมนฺ”ติ  วุตฺตตฺตา  อิมินาว  สพฺพตฺถ  กมฺมสญฺ  โหตีติ  ทสฺเสตุํ  “เอตฺถ  จา”ติอาทิ  อารทฺธํ.

ตถาติ  ยาจนกฺริยาย  ปตตุํ  อนิจฺฉิตตรตฺตา  ยญฺทตฺตนฺติ  อปธานํ  กตฺตุนิจฺฉิตตมํ  กมฺมนฺติ  อิมินา  อกถิตกมฺมํ, อิธ  ปน  ตทุภยมฺปิ  ยาจนกฺริยาย  ปตฺตพฺพโต  กมฺมสญฺญํ  ลภติ,  เอวํ  ทฺวิกมฺมิกาย  ภิกฺขนกฺริยาย  อนิจฺฉิตตรตฺตา  สมิทฺธนฺติ  อกถิตกมฺมํ,  นยติกฺริยาย    คามนฺติ  อปธานํ,  ปุจฺฉกฺริยาย    ปราภวนฺตนฺติ  อปธานํ,  วจนกฺริยาย  กิกฺขูติ  อปธานนฺติ  โยเชตพฺพํ.

“กโฏ  กรียเต”ติ  เอตฺถ  กรียเตติ  อิมินา  อาขฺยาเตน  กริยมานกฏกมฺมสฺส  วุตฺตตฺตา  ปุน  ทุติยา    โหติ,  เอวํ  อุปริปิ.  เทสิโตติ  อิมินา  กิตเกน  ธมฺโมติ  อภิหิตกมฺมํ.  ทฺวิกมฺมเก  ยาจียเตติ  อิมินา  อปธาโน  ยญฺทตฺโต  อภิหิตกมฺมํ.

อิธ  ปน  “กมฺมตฺเถ  ทุติยา”ติ  สุตฺตโต  “ทุติยา”ติ  อิจฺเจว  อิโต  ปรมธิกาโรติ  ทฏฺพฺโพ. 

[๒๘๖]  คติ    พุทฺธิ    ภุโช    ปโ    หโร    กโร    สโย  จ,  เต  อาทโย  เยสนฺติ  วิคฺคโห.  เอตฺถ    คตีติ  ติปจฺจยนฺตวเสน  คมุธาตุ  วุตฺตา.  พุทฺธีติ  อิปจฺจยวเสน  พุธธาตุ  วุตฺตา.

ปโยชฺชกกตฺตุภูเต  กมฺมนีติ  “คมยตี”ติอาทีสุ  การิตปจฺจยโยเคสุ  เหตุกตฺตารา  คมนาทีสุ  ปโยเชตพฺโพติ  ปโยชฺโช.  โยเยว  ปโยชฺโช    คมนาทิกฺริยาย  สยํ  กตฺตุภาวโต  กตฺตา  จาติ  ปโยชฺชกตฺตา,  ตสฺมึ  ปโยชฺชกตฺตุสงฺขาเต  กมฺเม  ตทฺธีปกโต  ลิงฺคมฺหา  อิมินา  วิกปฺเปน  ทุติยา. ตสฺส  ปกฺเขติ  อิมินา  ทุติยาย  อภาวปกฺเข.

ตมญฺโ  ปโยเชติ  ตํ  คามํ  คจฺฉนฺตํ  ปุริสํ  นฺตุํ  สมตฺถํ  อญฺโ  ปุริโส  “คจฺฉา”ติ  ปโยเชติ,  เปเสตีติ  อตฺโถ.  ปุริสํ  คมยตีติ  สิทฺธํ.  คามนฺติ  ปุริมสุตฺเตน  สิทฺธํ.  

สพฺพตฺถาติ  “ปุริสํ  เลขํ  เลขยติ,  ปุริเสน  วา  เลขํ  เลขยตี”ติ  เอวํ  สพฺพตฺถ  อนภิหิเต กตฺตริ  ปกฺเข  ตติยาปิ  โยเชตพฺพา.

การิเตติ  วิเสสนํ  กิมตฺถนฺติ  อิมสฺส  ผลํ  ทสฺเสตุํ  วุตฺตํ  “การิเตติ  กินฺ”ติอาทิ.

คมียเตติ  อิมินา  อาขฺยาเตน  กตฺตุกมฺมสฺส  อภิหิตตฺตา  อิมินา  ทุติยา    ภวตีติ  ทสฺเสตุํ  “อภิหิเต”ติอาทิ  วุตฺตํ.  ปุริเสนาติ  ปโยชเกน.

[๒๘๗]  กาโล    อทฺธา    กาลทฺธา,  เตสํ  กาลทฺธานํ  อญฺสฺส  อสฺสุตตฺตา  กาลทฺธานวาจีหีหิ  อตฺถโต  สิทฺธํ.

ควปานนฺติ  สปฺปินวนีตาทิโครสปานํ.  อเนน  ควปานทพฺเพน  สตฺตาหสฺส  อจฺจนฺตสํโยเค  สติ  “สตฺตาหนฺ”ติ  ทุติยา,  กฺริยาโยคาภาวโต  กมฺมตฺเถ  ทุติยา    ภวติ.  สรทนฺติ  อสฺสยุชาทิมาสทฺวยสงฺขาโต  อุตุวิเสโส. นนฺทวนนฺติ  อินฺทสฺส  อุยฺยานํ,  ตสฺส  รมณียตํ  คุโณ.

ธนุปญฺจสตํ  โกสํ จตุโกสญฺจ  คาวุตํ,

คาวุตานิ    จตฺตาริ โยชนนฺติ    วุจฺจติ.

[๒๘๘]  กมฺมปฺปวจนีเยหีติ  กมฺมตฺถโชตเกหิ  ธิ วินาทินิปาเตหิ  ปติ ปริ อนุ อภิอาทิอุปสคฺเคหิ    ยุชฺชนํ  ยุตฺตํ,  ตสฺมึ  ยุตฺเต,  โยเคติ  อตฺโถ.

อนฺวาทโย  อุปสคฺคา.

ตตฺถาติ  สกฺกตคนฺเถ  ปาณินีเย  กมมปฺปวจนียสญฺ  วุตฺตาติ  สมฺพนฺโธ.  ลกฺขียติ  สลฺลกฺขียติ  อุปลกฺขียติ  เอเตนาติ  ลกฺขณํ,  อุปลกฺขณํ  สญฺสาณํ.

ปพฺพชิตมนูติ  ปพฺพชิตํ  ปติ  ปพฺพชิตํ  ปริ  ปพฺพชิตํ  อนุ  ปพฺพชิตํ  ลกฺขณํ  กตฺวา  ตสฺมึ  ปพฺพชิเต  อปเร  ปพฺพชึสูติ  อตฺโถ.  นทิมนูติ  เอตฺถ  สหตฺเถ.  อนุวสิตาติ  อวพทฺธา.  สิ  พนฺธเนติ  ธาตุ.  อนุ  สาริปุตฺตนฺติ  เอตฺถ  อนุสทฺโทยํ  หีเน.  สาริปุตฺตตฺเถรสฺส  ปจฺฉา  อยํ  ปญฺวาติ  อตฺโถ.

ลกฺขณาทีสุ  อตฺเถสุ.  ลกฺขณญฺจ  อิตฺถมฺภูตสฺส  อกฺขานญฺจ  ภาโค    วิจฺฉา  จาติ  สุตฺตสฺส  วิคฺคโห.

รุกฺขํ  อนูติ  เอตฺถาปิ  รุกฺขํ  ลกฺขณํ  กตฺวา  วิชฺโชตเต  จนฺโทติ  อตฺโถ.

อเนน  ปกาเรนาติ  อิตฺถํ,  อิมํ  ปการํ  ภูโต  อาปนฺโนติ  อิตฺถมฺภูโต,  ตสฺส  อกฺขาเน.  สาธุ  เทวทตฺโต  มาตรํ  ปตีติ  มาตรํ  สาธุ  สมฺมา  ปฏิปนฺโน.

มํ  ปตีติ  มํ  อุทฺทิสฺส  โย  ปิโต  ภาโค,  ตํ  ทียตูติ  อตฺโถ.

นิรวเสสพฺยาปนิจฺฉา  วิจฺฉา.  อตฺถมตฺถํ  ปตีติ  โย  โย  วจนตฺโถ,  ตํ  ตมตฺถํ  ปติ  วาจกภูโต  สทฺโท  ตตฺถ  ตตฺถ  นิวิสตีติ  อตฺโถ.

อิตฺถมฺภูตตฺเถ  อภินา  โยเค  “ตํ  โข  ปน  ภวนฺตํ  โคตมนฺ”ติ  เอตฺถ  ฉฏฺฐีอตฺเถ  อิมินา  ทุติยา. อยํ  ปเนตฺถ  อตฺโถ– ตสฺส  โภโต  โคตมสฺส  เอวํ  กลฺยาโณ  “ภควา  อรหํ  สมฺมาสมฺพุทฺโธ”ติอาทิวเสน  “โส  อิมํ  โลกนฺ”ติอาทินา  วุตฺตํ  ติโลกํ  สจฺฉิกตฺวา  ปเวทนวเสน  “โส  ธมฺมํ  เทเสตี”ติอาทินา  อาทิกลฺยาณาทิวิสิฏฺสกลสาสนพฺรหฺมจริยปกาสนวเสน    อตฺถหิตปรหิตสมฺปตฺติทีปโก  สุนฺทรตโร  กิตฺติสทฺโท  คุณโฆโส  อุคฺคโต  สกลโลกํ  พฺยาเปตฺวา  อพฺภุคฺคจฺฉติ.

พฺราหฺมณสฺส  พาหิตปาปสฺส  ขีณาสวสฺส  หนฺตารํ  ธิ  ครหามิ. เอตฺถ  ธีติ  นิปาตโยเค  ทุติยา.  วินาโยเค  “วินาหารํ  สผสฺเสหิ,  เวทนาทิตฺตยํ  ภเว”ติอาทิ.

[๒๘๙]  อิธ  กฺวจิคฺคหโต  อนฺตรา  อภิโต  ปริโตติ  อิเมหิ   นิปาเตหิ  ปตีติ  อุปสคฺเคน  “ปฏิภาตี”ติ  ปฏิปุพฺพภาธาตุนา  ปโยเค  สติ  อยํ  “ฉฏฺฐีนมตฺเถ”ติ  วุตฺตทิติยา  โหตีติ  อตฺโถ.  ตตฺถายํ  อนฺตราสทฺโท  วิวรเทสภูตํ  มชฺฌํ  วทตีติ  ทสฺเสตุํ  “อนฺตรา    ราชคหนฺ”ติอาทิ  อุทาหฏํ.  อภิโต  คามนฺติ  เอตฺถ  อภิโต  อนฺโต  คามสฺสาติ  อตฺโถ.  ปริโต  คามนฺติ  คามสฺส  สมนฺตโต  เสนา  วสติ.  ปฏิภนฺตุ  ตนฺติ  ตํ  ตว  อุปฏฺหนฺตูติ  อตฺโถ.

“กฺวจิ  ทุติยา, อตฺเถ”ติ    วตฺตเต.

[๒๙๐]  ตติยา    สตฺตมี    ตติยาสตฺตมี,  เตสํ.

สเจ  มํ  นาลปิสฺสตีติ  มยา  สทฺธึ  ยทิ    ภาสตีติ  อตฺโถ.  ตฺวญฺจ  มนฺติ  ตฺวํ    มยา.  วินา  สทฺธมฺมนฺติ  สทฺธมฺเมน  วินา.  อุปายมนฺตเรนาติ  อุปาเยน  วินา.  กฺวจิคฺคหณานุวตฺตนโต  กาเล    อุป อนุ อธิ อาปุพฺพสฺส  วส  นิวาเส  อิจฺเจตสฺส    โยเค  อธิปุพฺพานํ  สี  สเย    คตินิวตฺติมฺหิ  อาส  อุปเวสเน อิจฺเจเตสํ  ธาตูนํ  ปโยเค    ปาเน    ตสฺมึ  อาจาเร    ปานาจารํ,  ตสฺมึ  ปิวนสงฺขาเต  ปาเน    ตสฺมึ  อาจาเร  จาติ  เอวํ  วุตฺตสตฺตมิยตฺเถ  ทุติยา.

ปุพฺพณฺหสมยนฺติ  ปุพฺพณฺหสมเย.  เอกํ  สมยนฺติ  เอกสฺมึ  สมเย  ภควา  สาวตฺถิยํ  วิหรตีติ  สมฺพนฺโธ.  อจฺจนฺตสํโยเค  วา  เอกํ. อิมํ  รตฺตินฺติ  อิมิสฺสํ  รตฺติยํ.

คามํ  อุปวสตีติ  คาเม  วสติ.  เอวํ  อุปริปิ.  อคารํ  อชฺฌาวสตีติ  อคาเร  วสติ.  คามํ  อธิติฏฺตีติ  คาเม  ติฏฺติ.  คามํ  อชฺฌาวสตีติ  คาเม  อาวสติ,  นิสีทตีติ  อตฺโถ.

นทินฺติ  นทิยํ.  คามํ  จรตีติ  คาเม  จรติ.

อิติ  ทุติยาวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

ตติยาวิภตฺยตฺถวณฺณนา

[๒๙๑]  กโรติ  เตนาติ  กรณํ.  กึ  กรณนฺติ  สรูปปุจฺฉา.

[๒๙๒]  กฺริยนฺติ  นิพฺพตฺตนาทิลกฺขณํ.

อเนนาติ  สาธเนน.  เยน  กตฺตารา  กมฺมํ  กรียเต,  ตํ  สาธนํ  กรณํ.  สาธกตมนฺติ  พหูนํ  กมฺมาธิกรณาทีนํ  สาธนานมนฺตเร  อติสเยน  สาธกํ  สาธกตมํ.

วุตฺตญฺจาติ  มญฺชูสายํ.

สพฺพวิเสเสนาติ  กมฺมาทิสพฺพการณโต  วิเสเสน.  นิพฺพตฺตนาทิกฺริยาย  สํสิทฺธิเหตุตา  นิพฺพตฺตการณตา  ยสฺส  หตฺถทตฺตเนตฺตาทิโน  สมฺภาวียติ,  ตํ  การณํ  นาม  การกนฺติ  วุตฺตนฺติ  โยชนา.

อชฺฌตฺเต  สตฺตสนฺตาเน  ภวํ  อชฺฌตฺติกํ.  ตโต  พหิทฺธา  ภวํ  พาหิรํ.

หตฺเถนาติ  สกหตฺเถน  อาทิกมฺมํ  ปุริโส  กโรติ.  จกฺขุนาติ  อสติ  จกฺขุมฺหิ  รูปทสฺสนกฺริยาย  ปุริสสฺส  อสิชฺฌนโต  ปธานสาธนํ   จกฺขุ.  ธมฺมนฺติ  ธมฺมารมฺมณํ.

[๒๙๓]  กโรตีติ  กตฺตา,  ตสฺมึ  กตฺตริ.

อิตฺถมฺภูตสฺส  ลกฺขเณ    กฺริยาย  อปวคฺเค  ปริสมตฺติยํ    ปุพฺโพ    สทิโส    สโม    อูนตฺโถ    กลโห จ  นิปุโณ    มิสฺสโก    สขิโล    อตฺโถ    ตทาทิ  จาติ  เอวํ  ปุพฺพาทิสทฺทโยเค    กาลทฺธาเนสุ    ปจฺจตฺตญฺจ  กมฺมตฺโถ    ปญฺจมิยตฺโถ จ  ตทาทิ  จาติ  เอวํ  มาทิอตฺเถ    คฺคหเณน  ตติยาวิภตฺติ  โหตีติ

[๒๙๔]  สุทฺโธ  เกวโล  วิเสสนวิรหิโต  กตฺตา  สุทฺธกตฺตา.  เหตุ    โส  ปโยชกพฺยาปารสฺส  กตฺตา  จาติ  เหตุกตฺตา.  กมฺมภูโต  กตฺตา  กมฺมกตฺตา.  ปโยชยตีติ  “คจฺฉ  คจฺฉา”ติ  นิโยเชติ.  ตตฺถ  ตตฺถ  การิตวิธาเน  อวโพธนตฺถํ  เหตฺวตฺถนิทสฺสนํ  วุตฺตํ.  คจฺฉตีติ  สามตฺถิยสฺส  นฺตุํ  สมตฺถภาวสฺส  วิสุํ  สุทฺธกตฺตุโน  ตํทสฺสนวเสน  วุตฺตํ.

[๒๙๕]  กตฺตารํ  สุทฺธกตฺตารํ.

กมฺมภูโตปีติ  นิพฺพตฺตนียาทิกมฺมภูโตปิ.  สุกรตฺตาติ  สุเขน  กรตฺตา.  โส  สาธนียตฺโถ.

โย  การโก  กฺริยาสาธโก  อตฺตปฺปธาโน  กรณํ  วิย    ปรตนฺตโต  ปเรน  อปฺปยุตฺโต  วา  ปยุตฺโต  วา  ปเรน กมฺมนิ  เปสิโต  วา  นิพฺพตนาทิเภทํ  กฺริยํ  นิพฺพตฺเตติ,  โส  เกวลํ  “กตฺตา”ติ  วุจฺจตีติ  โยชนา.

โย เกวลสฺส  กมฺมุโน  ปโยชโก  “อิติ  กโรหี”ติ  กมฺมนิ  นิโยชโก, โส  เปสนชฺเฌสนาทิกฺริยาย  นิพฺพตตนกตฺตา  “เหตุกตฺตา”ติ  กถิโต.  ปเรน  กริยมานตฺตา  กมฺมภูโตปิ  สาธนสมฺปตฺติยา  สุกโร  โหติ,  โส  โอทนาทิโก  อตฺโถ  ฎกมฺมกตฺตา”ติ  กถียตีติ  โยชนา.

นนุจาติ  นิปาตสมุทาโย  ปรสฺส  โจเทตุกามตาย  อภิมุขีกรเณ  วตฺตติ.  ปุเรติ  อตฺตโน  อุปฺปตฺติโต  ปุพฺเพ  อสโต  อวิชฺชมานสฺส  อตตโน  ชนนกฺริยาย  กถํ  กตฺตุภาโว  สิยาติ  อตฺตนิ  กฺริยานุปฺปตฺติ  โจทิตา.  โลกสงฺเกตสิทฺโธติ  โลกสงฺเกเตน  โวหาเรน  สิทฺโธ  หิ  สทฺทปโยโค,    ตุ  วตฺถุสภาเวเนว.  อวิชฺชมานมฺปิ  หีติ    เกวลํ  วิชฺชมานเมว  ธมฺมานํ  กกฺขฬตฺตผุสนาทิลกฺขณํ,  กินฺตุ  ปรมตฺถโต  อวิชฺชมานมฺปิ  สมูหสนฺตานอวตฺถาภาวทิสากาลาทิกมฺปิ  สทฺทาภิเธยฺยตาย  สทฺทวจนียตาย.  นามจินฺตาการาย  วิกปฺปพุทฺธิยา คหิโต  สมฺมุติปรมตฺถานมากาโร  เอว.

สุตมยาเณนปีติ  “อตีเต  มหาสมฺมโต  นาม  มหาราชา  อโหสิ,  อนาคเต  ภวิสฺสติ  สงฺโข  นาม  จกฺกวตฺตี.  ทสโยชนสหสฺสปริมาโณ  ชมฺพุทีโป,  ตถา  ตาวตึสภวนํ.  อตีตํ  กมฺมํ  กมฺมชรูปสฺส  สมุฏฺสาปกนฺ”ติอาทิกํ  สทฺทํ  สุตฺวา  เตน  นิพฺพตฺตาเณนปิ  อินฺทฺริยวิญฺาณอภิญฺาณาทิเกน     วตฺถุสภาวปสิทฺธปจฺจกฺขาเณน  วิย  กาลเทสาทิเภทภินฺนสฺส  อตฺถสฺส  ตทาการวิสิฏฺภาเวน  สจฺฉิกรณปสงฺโค    มุสาวาทสฺส    นตฺถิวาทกุทิฏฺฐิวาทาทีนํ  วญฺฌาปุตฺตสทิสวิสาณาทิโวหารสฺส    อภาวปสงฺโค  สิยา.  ตสฺมา  พุทฺธปริกปฺปิตาย  ปญฺตฺติยา  สมูหาทิสมฺมุติวเสนาปิ  อตฺเถสุ  สทฺทปวตฺติ  โหติ    ปรมตฺถวเสเนวาติ  ทฏฺพฺพํ.  สํโยคาทิสฺสาติ  ปุพฺเพ  อสโตปิ  อภาวิโน  สํโยคสฺส  สุขาทิกสฺส  กตฺตุภาเวน  พุทฺธิยา  คหิตสฺส  ตํนิพฺพตฺตนิยยภาเวน  คหิตชาติยา  โหเตว  กตฺตุการกตาติ  เวทิตพฺพํ.

ยถาหาติ  จูฬนิรุตฺติวณฺณนายํ  มญฺชูสายํ.

โวหาราวิสโยติ  อีทิเส  าเน  ตํตมุปาทาย  โวหริตพฺพโต  “โวหาโร”ติ  วุจฺจมาโน  สมฺมุติ  อตฺโถ  วิสโย  ปวตฺติฏฺานมสฺสาติ  โวหารวิสโยติ,    ผุสนาทิวิสโย  ผสฺสาทิสทฺโท  วิย  เอกนฺตปรมตฺถิโกว.  ตสฺส  โวหารวิสยสฺส  สํโยคาทิสทฺทสฺส  พุทฺธิยา  สงฺกปฺปิโต  สมฺมุติอตฺโถ  อภิเธยฺโยติ  วุจฺจติ.

ตสฺมา  พุทฺธิยา  “สํโยโค  ชายตีต”ติ  คหิตตฺตา  อสนฺโตปิ  สํโยโค  วิชฺชมาโน  วิย  อตฺตโน  ชนนกฺริยาย  กตฺตา  ภวติ,  กตฺตุภาเวน  โวหรตีติ  อตฺโถ.

ตตฺราติ  สุทฺธกตฺตริ.  โพธิโตติ  ทิฏฺาทิฏฺหิตญฺจ  จตุสจฺจญฺจ  โพธิโต  สเทวมนุสฺโส  โลโก.  สทฺเธหีติ  กมฺมผลํ  สทฺทหนฺเตหิ.

อภิหิเตติ  อาขฺยาตาทีหิ  อภิหิเต  กถิเต  กตฺตริ  “กโรตี”ติ  กตฺตุสาธเนน  อาขฺยาตพทฺเธน  กตนิพฺพตฺตกสฺส  กตฺตุภูตสฺส  เทวทตฺตสฺส  กถิตตฺตา  “เทวทตฺโต”ติ  อิธ  ตติยา    ภวติ.

ภินฺเนน  ปคฺฆรนฺเตน  โลหิเตน  ลกฺขเณน    สา  กาฬี  ปฏิวิสกานํ สมีปฆรวาสีนํ  อุชฺฌาเปสิ  อุชฺฌานํ  อวชานิตฺวา  โอโลกนํ  การาเปตีติ  อตฺโถ.  อูนานิ  อปริปุณฺณานิ  ปญฺจ  พนฺธนานิ  เอตสฺสาติ  อูนปญฺจพนฺธโน.  เตน  ปตฺเตน  วิชฺชมาเนน  ลกฺขิโต  เจตาเปยฺย  อญฺญํ  ปตฺตํ  วิญฺาเปยฺยาติ  อตฺโถ.  ตโย  ทณฺฑา  เอว  ติทณฺฑํ.  เตน  สญฺาเณน  ลกฺขเณน.  ปริพฺพาชกมทกฺขีติ  เอตฺถ  ปริพฺพาชกทสฺสนสฺส  ปุริโส  กตฺตา,  จกฺขุ  กรณํ,  ติทณฺฑํ  ปน  ปริพฺพาชกภาวสฺส  ลกฺขณมตฺตเมว    ตุ  ทสฺสนกฺริยาย  สาธนํ,  อโต  การกํ    สมฺภวติ.

ปายาสีติ  เอกาหมตฺเตเนว  พาราณสึ  อคมาสีติ  อตฺโถ.  อาสุนฺติ  สีฆํ.

ปิตรา  สทิสาติ  เอตฺถ  สทิสสทฺทสฺส  โยเค  ปิตุสทฺทโต  “กตฺตริ  จา”ติ  สุตฺเต  อนุตฺตสมุจฺจยตฺเถน  สทฺเทน  ตติยา,    เจตฺถ  มาสาทีนํ  การกตา  เตหิ  กตฺตพฺพกฺริยาย อิธ  อทสฺสิตตฺตา.  สขิโลติ  มุทุโก.  อตฺโถติ  ปโยชนํ.  ปิตรา สมาโน  คุเณน  หีโน,  คุเณน  อธิโก.  สขิลตฺถาทีติ  เอตฺถาทิสทฺเทน  คุเณน  ตุลฺยสมานหินาธิกาทิปโยเค    ตติยา.

อตฺตานํ  อตฺตานํ  ปติ  ปจฺจตฺตํ.  ตสฺมึ  ปจฺจตฺเต  มตฺตภูเต  อตฺตนีติ.  อตฺตนาวาติ  สยเมว  อตฺตานํ  สมฺมนฺนติ.  สํฆมขฺเฌ  กตฺตพฺพํ  อาปุจฺฉนาทิกฺริยาย  สมฺมตํ  กโรตีติ  อตฺโถ.

ติเลหีติ  เอตฺถ  ติเลน  วตปีติ  กมฺมตฺถสมฺภเว  ตติยา.

สุมุตฺตาติ  เอตฺถ  โมจนตฺถโยเค  ตโต  มหาสมณาติ  ปญฺจมฺยตฺถสมฺภเว  ตติยา.

[๒๙๖]  สห  อาทิ  เยสนฺเต  สหาทโย,  เตหิ  สหาทีหี  สทฺเทหิ  โยเค  อปฺปธาเนน  ตติยา  “กรเณ  ตติยา”ติ  อนุวตตนโต  ลิงฺคมฺหา  สหาทีหิ  ยุตฺตนามโต.  สหสทฺทสฺส  อตฺเถน   โยโค  สหสทฺทตฺถโยโค,  ตสฺมิมฺปิ  กฺริยาย  คุเณน  ทพฺเพน    สมวาเย  โยเค  สมฺพนฺเธ  สติ  สหสทฺเทน  โยโค,  ตํยุตฺตสฺสาติ  อตฺโถ.

วิตกฺเกน  สห  วตฺตตีติ  เอตฺถ  จินฺตาทิกสฺส  กฺริยาทิสมฺพนฺโธ.  วิตกฺกาทิกสฺส  ปน  อตฺถโต  ปตียมาโนติ  อปธาเน  ตติยา.  ปุตฺเตน  สห  ถูโล  ปิตาติ  สมฺพนฺโธ.  ถูโลติ  คุณโยโค.  อาจริยสฺส  สิสฺสา  อนฺเตวาสิกา,  อุปชฺฌายสฺส  สิสฺสา  สทฺธิวิหาริกา.  เตหิ  สหอาจริยุปชฺฌายานํ  ลาโภติ  ทพฺพโยคทสฺสนํ.  มิตาติ  ปริจฺฉินฺนา.  สพฺเพหิ  เมติ  มม  สพฺเพหิ  ปิเยหิ  มนาเปหิ    กาเยน  นานาภาโว  มรเณน  วินาภาโวติ  สตตํ  ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ.  เอตฺถ    นานาวินาโยเค  ตติยา.  คคฺเคน  ภิกฺขุนา.  อิธาติ  อิมสฺมึ  อาวาเส.  เต  วาเสน  ตว  วาเสน.  อลนฺติ  ปฏิกฺเขเป.  เอเกนาติ  เอกากินา  หุตฺวา  ติณฺเณน  สํสารสาครสฺส  ปารคเตน  กึ  เม  ผลํ.

โกกาลิเกน  นาม  ปจฺฉาสมเณน  สหาติ  อตฺโถ.  สํวาโสติ  สหวาโ.  พาเลหิ  กายทุจฺจริตาทีหิ  สมนฺนาคเตหิ.

[๒๙๗]  เหตุเยว  อตฺโถ  เหตฺวตฺโถ,  ตสฺมึ.  ทิฏฺสามตฺถิยนฺติ  อนฺวยพฺยติเรกโต  อธิคตสตฺติกํ  สามตฺถิยํ,  ผลนิปฺผาทนสมตฺถตา.  อนฺเนนาติ  อนฺนเหตุนา  วสติ    อนฺเนน  วินา.

ชจฺจาติ  ชาติยา  หีนกุเล  ชนนมตฺเตน  เหตุนา  วสโล    โหติ,  ยถา  พฺราหฺมณกุเล ชนเนน  พฺราหฺมโณ    โหติ,  อปิ  ตุ  กมฺมุนา  กายทุจฺจริตาทินา  หีนกมฺเมน  วสโล  โหติ.  กายสุจริตาทินา  กมฺมุนา  เอว  พฺราหฺมโณ  โหติ.  พาหิตปาโปติ  พฺราหฺมโณ.

กามํ  กามิตวตฺถุํ ททาตีติ  กามทโท.  มธุ  มธุรสํ  สวตีติ  มธุสฺสโว.  เกน  ปาณิ  เกน  การเณน  มธุสฺสโว  ชาโตติ  โยชนา.  เกน  พฺรหฺมจริเยน  เสฏฺจริเยน  ตว  ปาณิมฺหิ  ปุญฺญํ  ปุญฺผลํ  อิชฺฌติ  สมิชฺฌตีติ.

เตสุ  อตฺโถ  เยสํ  นิมิตฺตการณเหตุอาทิสทฺทานํ,  เตสํ  ปโยเคปิ.

[๒๙๘]  สตฺตมิยา อตฺโถ  สตฺตมฺยตฺโถ,  ตสฺมึ.

กาโล    อทฺธาโน    ทิสา    เทโส  จาติ  เอวมาทีสฺวยํ  ตติยา  “ตทนุปโรเธนา”ติ  ปริภาสโต  เวทิตพฺพา.  เตน  สมเยน  เวรญฺชายํ  วิหรติ, ตสฺมึ  สมเยติ  อตฺโถ.  โส  ธมฺโม  จ วินโย    มมจฺจเยน  โว  ตุมฺหากํ  สตฺถา  อนุสาสนโต.  โยชเนนาติ  โยชเน  อทฺธนิ  ธาวติ.  ปุรตฺถิเมน  ปุพฺพทิสาภาเค  ธตรฏฺโ  คนฺธพฺพราชา.  ทกฺขิเณน  ทกฺขิณทิสาภาเค  วิรูฬฺโก  กุมฺภณฺฑานํ  อธิปติ.  ปจฺฉิเมน  ปจฺฉิมทิสาภาเค  วิรูปกฺโข  นาม  นาคราชา.  เยน  ภควาติ  ยตฺร  ภควา  วิหรติ,  เตนุปสงฺกมีติ  ตสฺมึ  าเน  อุปสงฺกมีติ  อตฺโถ.

[๒๙๙]  องฺคสฺส  สรีรสฺส  วิกาโร  องฺควิกาโร. องฺคมสฺส  อตฺถีติ  อตฺเถ  “สทฺธาทิโต  ณ”อิติ  มฺหิ  กเต  องฺคมิติ  รูปํ,  องฺคีติ  อตฺโถ.  กาโณติ  อนฺโธ.  กุณีติ  หตฺถาทิวงฺโก.

สพฺพตฺถ  ตติยาวิธาเน  “กรเณ  ตติยา”ติ  ตติยาคฺคหณมนุวตฺตเต.

[๓๐๐]  วิเสสียติ  อเนนาติ  วิเสสนํ,  ตสฺมึ.

อปฺปฏิปุคฺคโล  อปฺปฏิภาคปุคฺคโล,  อสทิโสติ  อตฺโถ.

ตทหุ  ตสฺมึ  ทิวเส  ปพฺพชิโต  สมาโนติ  อตฺโถ.  สิปฺเปน  หตฺถกมฺเมน.  วิชฺชายาติอาทีนิ  คุณวิเสสนนิทสฺสนานิ.

ปกติสทฺโท  อาทิ  เยสนฺเต  ปกติอาทโย.  อาทิสทฺทเน  เยภุยฺยสมวิสมปริมาณาทโย  สงฺคยฺหนฺติ.

อิติ  ตติยาวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

จตุตฺถีวิภตฺยตฺถวณฺณนา

[๓๐๑]  สมฺปทานการเกติ  สมฺมา  ปทียมานสฺส  ปฏิคฺคาหเก  การเก  ทานกฺริยานิมิตฺเต  อภิเธยฺเย.

[๓๐๒]  ยสฺส   วา  ยํ วตฺถุ  โรจเต  รุจฺจติ,  ยสฺส  วา  ฉตฺตํ ธารยเต.  “สมฺมา  ปทียเต”ติ  เอตฺถ  สมฺมาติ วิเสสนํ  “รชกสฺส  วตฺถํ  ททาติ,  เทวทตฺตสฺส  อิณํ  ททาตี”ติอาทีสุ  จตุตฺถีนิวตฺตนตฺถํ.

สเจตโน  เจตโน  วา  ปฏิคฺคาหกภาเวน  อิจฺฉิโต  ทียมานสฺส  วตฺถุโน  อนิรากรณมนิเสธนํ  มณฺฑนตฺถํ.    วิภูสนาย  นฏนจฺจกาทโย  วิย    ฉวอิราคกรณตฺถํ.  ปาริปูริยา  ปริปูรณตฺถํ.

ตุํปจฺจยนฺตสฺส  อตฺโถ  ตุมตฺโถ,  ตสฺมึ.  ผาสุวิหารายาติ  เอตฺถาปิ  ตุมตฺถสมฺภเว  สมฺปทานสญฺ  จตุตฺถี  จ,  ผาสุ  วิหรตุํ  ปิณฺฑปาตํ  ปฏิเสวตีติ  อตฺโถ.

อลํ  เมติ  รชฺชํ  อรหตีติ  อตฺโถ.  อกฺเขสุ  ธุตฺโต  พฺยสนิปุริสปุคฺคโล  ทารํ  ภริตุํ  นาลํ    สมตฺโถ.  มลฺโล  มลฺลสฺส  อลํ  สมตฺโถ.

หิรญฺสุวณฺเณน  อลํ  เม    อตฺโถ. กึ  เมติ  มยฺหํ  โก  อตฺโถ.

มญฺติปฺปโยเคติ  มน  าเณ”ติ อิจฺเจตสฺส  ธาตุสฮส  ปโยเค  อนาทเร  คมฺมมาเนซ  กมฺมนิเยวาติ  อปาณินิภูเต  มญฺติสฺส กมฺมตฺเถเยว  อิมินา  สมฺปทานสญฺา.  มญฺสามิ  อหํ.  ตฺวํ  กลิงฺครํ  ทารุกฺขนฺธํ  กตฺวา  มญฺามิ.

สุวณฺณํ  ตนฺติ  เอตฺถ  อนาทราภาวา  กมฺมตฺเถ  ทุติยาว.  คทฺรภนฺติ  เอตฺถ  คทฺรภสทฺทสฺส  มญฺติกมฺมภาเว  อนาทเร    สติปิ  อปาณิกตฺตาภาวา    จตุตฺถี.

สคฺคายาติ  สคฺคสทฺทสฺส  คมนตฺถสฺส  “คจฺฉตี”ติ  อิมสฺส  ปาปณิยกมฺมตฺตา  สิลาฆาทิสุตฺเตน  สมฺปทานสญฺ  จตุตฺถิยา  อายาเทโส.  นิพฺพานาย  วชนฺติยา  คจฺฉนฺติยา  กึ  วกฺขามีติ  สมฺพนฺโธ.  มูลาย ปฏิกสฺเสยฺยาติ  มูลาปตฺติเมว  ปฏิกสฺเสยฺยาติ  อตฺโถ.

อิฏฺสฺส  สมฺปตฺติกสฺส  อตฺถสฺส  ปตฺถนมาสีสนํ,  กสฺมึ  อาสีสนตฺเถ.  กุสลนฺติ  อาโรคฺยํ.  อตฺถนฺติ  หิตํ  ปโยชนํ  วา.

สมฺมุติ  สมฺมนิตฺวา  คหณํ.

ปาตุรโหสิ  ปาตุภวิ.  ปหิเณยฺย  เปเสยฺย.

[๓๐๕]  นมสฺส  โยโค  นโมโยโค,  โส  อาทิ  เยสํ  เต  นโมโยคาทโย,  เตสู. ตตฺถ  อปิสทฺโท  สมฺปิณฺฑเน.  คฺคหณํ  จตุตฺถิคฺคหณานุกฑฺฒนตฺถํ.  พุทฺธ  วีร  นโม  เต  อตฺถูติ  โยชนา.  นาคสฺสาติ  ขีณาสวสฺส.

“กาเล  วตฺตมานาตีเต  ณฺวาทโย”ติ  อิโต  “กาเล”ติ    “ภวิสฺสติ  คมาทีหิ  ณีฆิณฺ”ติ  อิโต  ”ภวิสฺสตี”ติ    วตฺตมาเน.

[๓๐๖]  ภวนํ  ภาโว,  ตํ  ภาวํ  วุจฺจติ.  สีเลนาติ  ภาววาจี,  ตสฺมึ  ภาววาจิมฺหิ  ภวิสฺสติกาเล  คมฺมมาเน.  ปจิสฺสเตติ  อายติปจนํ.  ปากสทฺโทยํ  ภาวสาธโน,  ตโต  จตุตฺถีติ.  ภุญฺชนํ  โภโค.  โภคาย  วชตีติ  ภุญฺชิตุํ  คจฺฉติ.

อิติ  จตุตฺถิวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

ปญฺจมีวิภตฺยตฺถวณฺณนา

[๓๐๗]  อเปจฺจ  อิโต  อาททาตีติ  อปาทานํ,  ตสฺมึ  อปาทานการเก.

[๓๐๘]  วาสทฺโทยํ  อเปติอาทิอตฺถวิกปฺปเน.  อเปตีติ  อปคจฺฉติ.

“อิโต”ติ  วุตฺเต  อวธิอปาทานํ.  นิทฺทิฏฺโ  อปคมนาทิกฺริยาภูโต  วิสโย  ยตฺถ  ตํ  นิทฺทิฏฺวิสยํ.  ยตฺถ  อาปาตฺโต  อชฺฌาหโฏ  อาคมนาทิกฺริยาลกฺขโณ  วิสโย,  ตํ  อุปาตฺตวิสยํ.  อนุเมยฺโย  วิสโย  เอตฺถาติ  อนุเมยฺยวิสยํ.

คามา  อเปนฺตีติ  เอตฺถ  อปคมนกฺริยาย  คาโม  อวธิการกํ.  มุนโย  กตฺตุการกํ.

ปวตฺตตีติ  อปาทานสญฺ  ภวติ.  กุสุลโต  อปเนตฺวา  นีหริตฺวา.

มถุรายํ  ชายนฺติ  นิวสนฺตีติ  วา  มาถรา.  เกนจิ  อาหาราทินา.  อิธ  ปนาติ  กจฺจายนพฺยากรเณ.  วุตฺตญฺจาติ  มญฺชูสายํ.

กิญฺจิ  อปาทานํ  นิทฺทิฏฺวิสยํ  กถิตาปคมนกฺริยาวิสยํ,  กิญฺจิ  อุปาตฺตวิสยํ  อชฺฌาหฏกฺริยาวิสยํ  ตถา  กิญฺจิ  อนุเมยฺยกฺริยาวิสยญฺจาติ  อปาทานํ  ติธา  มตนฺติ  โยชนา.

ตเทว  อวธิภูตํ  อปาทานํ  จลญฺจ  อจลญฺจาติ  อิเมสํ  วเสน  ทุวิธํ  โหติ.

[๓๐๙]  อวิหิตลกฺขณานนฺติ  ยถา  “ยสฺมาทเปติ  อาทตฺเต”ติ  ธาตุปฺปโยเค    ทูรนฺติกาทินามาทิปฺปโยเค    อปาทานสญฺ  วิหิตา,  ตโต  อญฺตฺร อวิหิตลกฺขณานํ  ธาตุนามาทีนํ  ปโยเคเยว  อิมินา  อปาทานสญฺา.  ตํยุตฺตนฺติ  เตหิ  ยุตฺตํ.

ปราชิโยเคติ  ปราปุพฺพสฺส  ชิ  ชเย  อิจฺเจตสฺส  ธาตุสฺส  ปโยเค  โย  อสยฺโห  สหิตุํ  อภิภวิตุํ  อสกฺกุเณยฺโย,  โส  อปาทานสญฺโ  โหติ.  ปภูโยเคติ  ปุพฺพสฺส  ภู  อิจฺเจตสฺส  ธาตุสฺส  ปโยเค  โย  ปภโว,  “ปภวติ  เอตสฺมา  ผล”มิติ  กตฺวา  โส  อปาทานสญฺโ  โหติ.  ชน  ชนเน อิจฺเจตสฺส  ธาตุสฺส  ปโยเค  ชายมานสฺส  วตฺถุโน  ยา  ปกติ  การณํ,  สา    อาทานสญฺ  โหตีติ  โยชนา.

ปราเชนฺติ  ปราชิตา  ภวนฺติ.  หิมวตาติ  หิมวนฺตปพฺพตโต  ปภวนฺติ  มมุปลพฺภถนฺติ.  ปญฺจ  มหานทิโย  คงฺคา  ยมุนา  สรภู  อจิรวตี  มหีติ  อิมา  ปญฺจ  มหานทิโย  นาม.  อนวตตฺโต  นาม  หิมวติ  เอโก  มหาสโร,  ยโต  กณฺณมุณฺฑทหาทิเสสมหาสรา    จตูสุ  ทิสาสุ จตสฺโส  มหานทิโย    ปภวนฺติ  อายุคนฺธํ  อวิจฺฉินฺนา  ปวตฺตนฺติ.  กุนฺนทิโยติ  ขุทฺทกนทิโย. ยสฺมา  กฏฺโต  อคฺคิ  ชายเต,  โส  ตเมว  ฑยฺหตีติ  โยชนา.

อญฺโ  อตฺโถ  เยสนฺเต  อญฺตฺถา,  อญฺตฺถา    อิตโร  อาทิ  เยสํ,  เตหิ  โยเค.  นาญฺตฺราติ  สงฺขารทุกฺขาทิทุกฺขโต  อญฺตฺรา  อญฺโ  อตฺตา  ชีโว  ปุคฺคโล  วา    สมฺภวติ,  นาปิ  ขนฺธปญฺจกสงฺขาตทุกฺขโต  อญฺญํ  สตฺตาทิกํ  นิรุชฺฌติ.

“อุภโต”ติอาทีสุ  ชายมานปุตฺตาทิกสฺส  การณตฺตา  อิมินา  อปาทานสญฺา.  อุภโตติ  มาติโต    ปิติโต  จ.

วชฺชนตฺเถหีติ  วชฺชนํ  ปริวชฺชนํ  อตฺโถ  เยสํ,  เตหหิ  อป ปริ อิจฺเจเตหิ  โยเค  อปาทานสญฺา.  มริยาทา     อภิวิธิ    อตฺโถ  ยสฺส,  เตน  อาอุปสคฺเคน  โยเค  อปาทานสญฺ.  ปตินิธิ    ปติทานญฺจ  อตฺโถ  ยสฺส,  เตน  ปติอุปสคฺเคน  โยเค    อปาทานสญฺา.  เทโวติ  เมโฆ.  มริยาทา  นาม  อวธิ.  อภิวิธิ  อภิพฺยาปนํ.  ปตินิธิ  นาม  ปฏิภาคตฺเถ  สทิสตฺเถ.  อาลปตีติ  เตมาสํ  ธมฺมเทสนตฺถํ  พุทฺธสฺส  ปตินิธิ  หุตฺวา  ธมฺมเสนาปติ  สาริปุตฺโต  มหาชนํ  อเวฺหตีติ  อตฺโถ.

ริเต    นานา    วินา    อาทิ  เยสํ  ปุถ อิจฺจาทีนํ  นิปาตานํ,  เตหิ  โยเค  อปาทานสญฺา.  ริเค  สทฺธมฺมา  สทฺธมฺมํ  วินาติ  อตฺโถ.  วินา  สทฺธมฺมาติ  สทฺธมฺเมน  วินา.

กมฺมญฺจ  อปาทานญฺจ  ตานิเยว  การกานิ  เตสํ  กมฺมการกอปาทานการกานํ  มชฺเฌปิ  กาลทฺธานวาจิสทฺเทหิ  ปญฺจมีติ  วิสยินิทฺเทสอปาทานสญฺ  วุตฺตาติ  ทฏฺพฺพํ.  อิโต  ทิวสโตติ  อปาทานทสฺสนเมตํ,  มิคนฺติ  กมฺมการกทสฺสนํ.  ปกฺขสฺมาติ  เตสํ  มชฺเฌ  อทฺธมาสสงฺขาตกาลวาจิสทฺทโต  ปญฺจมีนิทสฺสนํ. ตสฺมา  อชฺช  วิชฺฌิตฺวา  อิโต  อทฺธมาเส  มิคํ  วิชฺฌตีติ  อตฺโถ.  เอวํ  อชฺช  ภุญฺชิตฺวา  อิโต  มาเส  ภุญฺชติ.  อิโต  โกสมตฺเต  วิชฺฌติ.

ปภุติอาทีนํ  สทฺทานมตฺเถ    ตทตฺถปโยเค  โส  ปภุตฺยาทิสทฺทานํ  อตฺโถ  เยสํ,  เตสํ  สทฺทานํ  ปโยเค    ปญฺจมี  โหติ.  ปภุตฺยตฺเถ  ยโตติ  ยโต  ปภุติ  อริยาย  ชาติยา  ชาโต.  ยโต ปภุติ  อหํ  อตฺตานํ  สรามิ.  ยโต  ปฏฺาย  วิญฺญุตํ  ปตฺโตสฺมิ.  ยตฺวาธิกรณนฺติ  ยโต  อธิกรณํ  ยโต  นิทานํ,  ยํนิมตฺตนฺติ  อตฺโถ. 

[๓๑๐]  รกฺขณํ  อตฺโถ  เยสํ  รกฺข  ปาลเนติอาทีนํ  เต  ธาตโว  รกฺขณตฺถา,  เตสํ  ปโยเค.  จการาทิกรณโตติ  “ธาตุนามานนฺ”ติอาทิโต  การานุวตฺตนโต  อนิจฺฉิตญฺจ  อปาทานสญฺญํ  โหติ.  ตายนํ  นาม  ปาลนํ.  ตณฺฑุลา  ตณฺฑุลโต  กาเก  รกฺขนฺติ  นิวาเรนฺตีติ  อตฺโถ.  ยวา  ยวสสฺสโต,  เอวํ  กาเก  วารยมจฺฉมฺหาติ.

[๓๑๑]  เชตวเนติ  เชตวนฏฺเ  ชเน.

[๓๑๒]  ทูรญฺจ  อนฺติกญฺจ  ทูรนฺติกํ.  อทฺธา    กาโล    อทฺธกาลา,  เตสํ  นิมฺมานํ  ปริจฺเฉโท  อทฺธกาลนิมฺมานํ.  ตฺวาปจฺจยสฺส  โลโป  ตฺวาโลโป.  ทิสาหิ  โยโค  ทิสาโยโค.  วิภชนํ  วิภตฺตํ.  อารติปฺปโยโค  อารปฺปโยโค.  เอตฺถ  ติสทฺโท  ลุตฺตนิทฺทิฏฺโติ  ทฏฺพฺโพ.  ทูรนฺติกญฺจ  อทฺธกาลนิมฺมานญฺจ ตฺวาโลโป    ทิสาโยโค    วิภตฺตญฺจ  อารติปฺปโยโค    สุทฺธญฺจ  ปโมจนญฺจ  เหตุ    วิวิตฺตญฺจ  ปมาณญฺจ  ปุพฺพโยโค    พนฺธนญฺจ  คุณวจนญฺจ  ปญฺหญฺจ  กถนญฺจ  โถกญฺจ  อกตฺตา    จาติ  ทฺวนฺโท.

ทูรนฺติกานํ  อตฺฌถ  เยสํ  ทูราทีนํ  สทฺทานํ,  เตสํ  ปโยเค  จ.  กีวาติ  กิตฺตกํ,  ทูรโยเค  อิมสทฺทสฺส  อปาทานสญฺายํ  “กฺวจิ  โต  ปญฺจมฺยตฺเถ”ติ  ปจฺจเย  กเต  อิกาเร    อิโตติ  รูปํ.  เต  โมฆปุริสา  นิรตฺถกปุริสา  อิมสฺมา  ธมฺมวินยา  “ธมฺโม    วินโย  จา”ติ  วุตฺตสาสนา  อารกา  ทูเรติ  อตฺโถ.  ทูรโตวาติ  ทูเร  เอวาติ  อตฺโถ.

“ทูรํ  คามนฺ”ติอาทีสุ  ปน  อิธ  สุตฺเต  สทฺเทน  ทุติยา    ตติยา  จ.

อิโต  กปฺปโต  เอกนวุติยา  กปฺปมตฺถเก.  อิโต  สํวจฺฉรโต  วสฺสสหสฺสสฺส  อจฺจเยน  อติกฺกเมนาติ  อตฺโถ.

ตทตฺถสมฺภเวปีติ  ตฺวาปจฺจยสฺส  อตฺถสมภเวปิ,  ตสฺส  อตฺถสมฺภเวปิ  ตสฺส  อวิชฺชมมานตา  ตฺวาโลโป,  ตสฺมึ  ตฺวาโลเป  กมฺเม  อธิกรเณ    ปญฺจมี.  ตถา  หตฺถิกฺขนฺธาติหตฺถิกฺขนฺธมภิรุหิตฺวา.  อภิธมฺมํ  สุตฺวา  ปุจฺฉนฺตีติ  อตฺโถ.  อาสเน  นิสีทิตฺวา  วุฏฺเหยฺยาติ  สมฺพนฺโธ.

ทิสาสงฺขาตมตฺถํ  วทนฺติ  เย,  เตหิ  สทฺเทหิ  โยเค  ปญฺจมี.  อิโตติ  อวธิกตเทสโต  ปุริมทิสาโยเค  ปญฺจมี.  สา  ปุริมา  ทิสาติ  ยโต  ทิสโต  สูริโย  อุคฺคจฺฉติ,  สา  ปุริมทิสา.  ปุรตฺถิมโต  ทกฺขิณโต  ยโต  อสฺโสสุํ  อิติ  สมฺพนฺโธ.  “ทิสาโยเค”ติ  เอตฺถ  สรูเปกเสสนเยน  ทิสาสทฺททฺวโยปาทานโต  ทิสตฺถโต    ปญฺจมีติ  ทสฺเสตุํ  “ทิสตฺเถ  จา”ติ  วุตฺตํ.

สยํ  วิภตฺตสฺเสวาติ  สยเมว  วิสุํ  วิภตฺตวสฺส  วิภชนํ  ปุถุกฺกรณํ.  อตฺตทนฺโตติ  อตฺตโน  ทนฺโต  ตโต  อาชานียาทิโต  วรนฺติ  สมฺพนฺโธ.  เสยฺโยติ  วรตรํ.  ยทิทน  โย  อยํ.

อสทฺธมฺมาติ  เมถุนธมฺมา.  อารตีติ  อารมณํ.  วิรตีติ  ปาปโต  วิรมณํ.

ปโมจนตฺถปฺปโยเค  ยทวธิภูตํ  ตทปาทานสญฺญํ  ภวติ.

สพฺพนามโต  ปญฺจมีติ  โยชนา.  กสฺมา  นุ  การณา.

[๓๑๓]  ทีโฆ    โอโร  จ,  เตหิ  ทีโฆเรหิ.  “อายาเมเน  วิตฺถาเรนา”ติอาทีสุ  เอตฺถ  สทฺเทน  ตติยา.

มตฺถวาจเกนาติ  ปุริมกาลวาจินา.  ปุพฺพสทฺทสฺส  คหณมุปาทานํ  ปุพฺพคฺคหณํ.  อทิสตฺถวุตฺติโนติ  ทิสตฺถวชฺชิเต  เทสกาลาทิมฺหิ  วุตฺติ  วตฺตนํ  ยสฺส,  ตสฺส  ปุพฺพปราทิคฺคหณสฺส.  ตโต  ปรนฺติ  เทสตฺถวาจินา  ปรสทฺเทน  ปโยเค  ปญฺจมี.

พนฺธนตฺเถน  โยเค  สมฺพนฺเธ  สติ พนฺธนเหตุภูตคุณวาจิสทฺทโต  ปญฺจมี.

อิสฺสริยาติ  อิสฺสริยภาวโต.

ปญฺหกถเนสุ  ปญฺเห  กถเน  จ,  “กุโตสิ  ตฺวนฺ”ติ  เอตฺตเก  ปุจฺฉิเต  อิมินา  ปญฺเห  ปญฺจมี.  อถ  “อาคจฺฉสี”ติ  กฺริยาโยเค  “ยสฺมาทเปตี”ติ  อิมินาว  สิชฺฌติ.  ปาฏลิปุตฺตโตติ  ปญฺหวิสฺสชฺชนํ.

โถกํ  อปฺปมตฺตกํ  อตฺโถ  ยสฺส,  ตสฺมึ.  อสตฺวสฺส  อทพฺพสฺส  วจเน  กรณภูเต  อปาทานสญฺา.

การกเหตุ  นาม  “โย  กโรติ,    กตฺตา”ติ  วุตฺตตฺตา.  อิธ  ปน  “อกตฺตรี”ติ  ตสฺส  ปฏิสิทฺธตฺตา  อการเก  การกเหตุโต  อญฺสฺมึ  าปกเหตุมฺหิ  ปญฺจมี.  กมฺมสฺสาติ  ทานาทิเภทสฺส  กุสลสฺส  กมฺมสฺส  กตตฺตา  อุปฺปชฺชติ  กุสลวิปากํ  จกฺขุวิญฺาณํ,    ตุ  ตสฺส  กมฺมสฺส  ยาว  ผลุปิปาทา  อนิรุชฺฌิตฺวา  ฐิตตฺตาติ  อธิปฺปาโย.  เวทนาทิเภทํ  นามญฺจ  ภูโตปาทายเภทํ  รูปญฺจาติ  ยถารูปํ  ปจฺจกฺขานุมานสิทฺธํ  อิทํ  นามรูปนฺติ  นิเสเธตพฺพสฺส  ธมฺมสฺส  นิสฺสนิทฺเทโส,    ตาว  อเหตุกนฺติ  ปฏิเสธนียสฺส    อเหตุกตาธมฺมสฺส  นิทฺเทโส.  สุภาสุภกมฺมาทิวิเสสเหตุวิรหิตโต  อิสฺสราทิเอกเหตุกตฺเต  วา  สติ  สพฺพตฺถ  อปายกามสุคติภูมิอาทีสุ  สพฺพทา  ปฏิสนฺธิโต  ปุพฺเพ  จุติโต  อุทฺธญฺจ  สพฺเพสญฺจ  อนฺธพธิราทีนํ  จาตุมหาราชิกาทีนญฺจ  รูปารูเปติ  เอกสทิสภาวสฺส  เอกสทิสตฺตสฺส  อาปชฺชนํ  สิยา,      ตถา  ทิสฺสติ,  ตโต  เอว  เทสกาลสนฺตานาทิเภทาภาวปฺปสงฺคโต  นาเหตุกมิทํ  นามรูปนฺติ  โยชนา.

หุตฺวา  อภาวโตติ  สพฺเพ  สงฺขารา  อนิจฺจา,    นิพฺพานํ.  กสฺมา ?  อุปฺปชฺชิตฺวา  นิรุชฺฌนโต.  นิพฺพานํ  นิจฺจํ. กสฺมา ?  อุปฺปาทานนิโรธาภาวโต.  ตถา  ขนฺธปญฺจกภูตา  สงฺขารา  ทุกฺขา,  อตฺตโน  อุทยรกฺขเณน,  ภงฺคสงฺขาเตน  วเยน    อภิกฺขณํ  ปีฬนาพาธนโต.    หิ  พาธกํ  สุขํ  ภวติ.  การกเวทกสงฺขาเตน  วสวตฺตเกน  อตฺตนา  ชีเวน  วา  วิรหิตตฺตา  ภยญฺจ  อตถาภูตตฺตา  อนตฺตา  สงฺขารานํ  นามรูปธมฺมานํ  อุปฺปาทชราภงฺเคสุ  “มา  เอวํ  อุปฺปชฺเชยฺยุํ,  มา  เอวํ  ชีเรยฺยุํ,  มา  เอวํ  ภิชฺเชยฺยุนฺ”ติ  เอวํ  กสฺสจิ  อวสวตฺติภาวโตติ.  อิทํ  หุตฺวาอภาวาการอุทยพฺพยปีฬนาการอวสวตฺตนาการสงฺขาตํ  สงฺขารมนิจฺจาทิสามญฺลกฺขณตฺตยํ  นามาติ  โยชนา.

“อปาทาเน  ปญฺจมี”ติ  อิโต  “ปญฺจมี”ติ  วตฺตเต.

[๓๑๔]  กโรตีติ  อตฺเถ  “กตฺตุกรณปเทเสสุ  จา”ติ  กตฺตริ  ยุปจฺจโย.  ตสฺส  “รหาทิโต  ณ”อิติ  ตฺเต    กเต  “การณตฺเถ  จา”ติ  นิปาตนโต  ทีเฆ    กเต  “การณนฺ”ติ  รูปสิทฺธิ  ทฏฺพฺพา.  ทุกฺขาทีนํ  จตุนฺนํ  อริยสจฺจานํ  อนนุโพธา  อนุสฺสวาทิวเสน  อนนุพุชฺฌนโต,  อปฺปฏิเวธา  อริยมคฺคาเณน  อปฺปฏิวิชฺฌนโต    การณา  เอวมิทํ  ทีฆมทฺธานํ  สนฺธาวิตํ  ภวาทีสุ  จุติปฏิสนฺธิวเสน  อนมตคฺเค  สํสาเร  สนฺธาวิตํ  สํสริตนฺติ  อตฺโถ.  อวิชฺชาปจฺจยาติ  จตูสุ  สจฺเจสุ  อชานนการณโต  กุสลากุสลปเภทา  เตภูมกสงฺขารา สมฺภวนฺติ.  สงฺขารปจฺจยาติ  อุปจิตกุสลากุสลกมฺมปจฺจยโต  ตีสุ  ภเวสุ  ปฏิสนฺธิวิญฺาณาทิกํ  วิปากวิญฺาณํ  สมฺภวตีติ  โยชนา.  อวิชฺชาย  ตุ  เอว  อเสสโต  วิราเคน  นิโรธา  นิรุชฺฌนโต  อปฺปฏิวตฺติการเณน  เตภูมกสงฺขารานํ  นิโรโธ  อปฺปวตฺติ  โหติ.  เตสํ  สงฺขารานํ  นิโรธโต  ตีสุ  ภเวสุ  อายติปฏิสนฺธิวิญฺาณสฺส  นิโรโธ  อปฺปวตฺติ  โหตีติ  อตฺโถ.

อิติ  ปญฺจมีวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

ฉฏฺฐีวิภตฺยตฺถวณฺณนา

[๓๑๐]  อายตฺโตติ  ปฏิพพทฺโธ  ตทธีนวุตฺติโก.  โส  นิสฺสยาทิเภโท  อตฺโถ  สามิ  นาม.  สามิ    ตปฺปจฺจโย    รุช  โรเคติ  ธาตุ    อาทิ  เยสํ,  เตหิ  โยเคปิ.  เอตฺถ    สามิสฺมึ  นิพฺพตฺตนาทิกฺริยาภิสมฺพนฺธาภาวา  กฺริยาภิโยคสฺส  อสมฺภวโต    การกภาโว  สมฺภวติ. กฺริยา    การกญฺจ,  เตสํ  ภาโว  กฺริยาการกภาโว,  ตสฺส  ผลภาเวน  คหิโต  สามิภาโวติ  สงฺเขเปน  วุตฺตมตฺถํ  วิวริตฺวา  ทสฺเสตุํ  “ตถา  หี”ติอาทิ  อารทฺธํ.  ททาตีติ  ภตฺตญฺจ  เวตนญฺจ  เสวกสฺส  ททาติ.  ตสฺมาติ  รญฺทีนํ  ธนสฺส  ปฏิคฺคาหกตฺตา  “ราชปุริโส”ติ  วิญฺายติ,  เตน  ทานปฏิคฺคหาสงฺขาตานํ  กฺริยาการกานํ  ปุริมสิทฺธานํ  ผลภาเวน  คหิโต  สามิภาโว  ตพฺภาวภาวีภาวโต.  ภณฺฑภาเวน  วาติ  เขตฺตวตฺถุหิริญฺสุวณฺณธญฺวตฺตจฺฉาทนาทิวเสน  วา  สมีปญฺจ  สมูโห     อวยโว    วิกาโร    พีชาทิภาวภาวีองฺกุราทิกํ  เภริอาทิสนฺนิสฺสิโต  สทฺโทปิ  ปิตุอาทิชนิโต  ปุตฺตวจฺฉาทิโก  กุลาลาทิกตภาชนาทิโก  กมฺมาทิชาตผลาทิกนฺติ  เอวมาทิกํ  ตํตํการณภาวาภาวีการิยญฺจ  อุปปตฺติอาทิเภทาภาวทพฺพสมฺพนฺธินิอวตฺโถ    ชายนสามญฺการเภทา  ชาติ    อินฺทฺริยพทฺธอนินทริยพทฺธสนฺตานสนฺนิสฺสิโต  รูปสทฺทาทิโก  สตฺตานํ  สุจริตพฺพธมฺมานํ  ลกฺขณาทิอากาโร  ทพฺพานํ  สงฺขาสทิสโยควิภาคพุทฺธิสุขทุกฺขาทิโกติ  เอวมาทิเภโท  ตนฺนิสฺสิโต  คุโณ    อุกฺเขปนาทิกา  านิสชฺชาทิเภทา  กฺริยา    อาทิสทฺเทน  นามโคตฺตาทิตํตํโวหาโร  ตสฺส  ตสฺส  การณาทิโก    ปูรโตติอาทิโยโค  ปูรณตฺถปจฺจยโยโค  จาติ  เอวมาทิ  คยฺหติ.  วิเสสนญฺจ  อาแทสสฺส  านี    อาคมสฺส  สมฺพนฺธี  อาคมี  จ เตสํ  วเสน  ติวิโธปิ.

กฺริยาการเกหิ  สญฺชาโต  นิพฺพตโต  อสฺเสทํ  ภาวสฺส  อสฺส  วตฺถุโน  อิทํ  สมฺพนฺธี  เอวํ  ปวตฺตอภิธานานํ  วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวสฺส  โย  เหตุ  นิมิตฺตํ,  โส  อตฺโถ  สมฺพนฺโธ นาม.  ตตฺถ  ตสฺมึ  สมฺพนิเธ  อภิเธยฺเย  สามิสญฺญิโต  สทฺทโต  ฉฏฺฐี  วิธียเตติ  โยชนา.

ปรตนฺตสฺส  ภาโว  ปารตนฺตฺยํ,  ปรายตฺตตา.  ตตฺถ  ตสฺมึ  ปารตนฺตฺยภูเต  สมฺพนฺเธ  อภิเธยฺดย  วิเสสนสงฺขาตอุปาธิโต  อาเทสานิโต  อาคมนานิภูตอาคมิโต  จาติ  เอวํ  อุปาธิอาทีหิ  เอว  ฉฏฺฐี  ภเว.    วิเสสฺยาทิโตติ  วิเสสิตพฺพโต  อาเทสโต  อาคมโตติ  อิเมหิ  ตีหิ  ฉฏฺฐี    เตวาติ  อตฺโถ.

วิเสสียตีติ  อญฺสามิโต  นิวตฺตียตีติ  อตฺโถ.  วิเสสนโตว  ฉฏฺฐีติ  เอตฺถ  สมฺพนฺธวจนีเยติ  อธิปฺปาโย.  เยน  เกนจิ  ปริคฺคหิเตน  วตฺถุนา  สามิโน  สมฺพนฺโธ.

ปฏิวีโสติ  ภาโค.  เอตฺถาปิ  สํสามิภาวสมฺพนฺเธ.

สมีปสมฺพนฺเธติ  “นครสฺส  สมีปนฺ”ติอาทีสุ  วิย  “อมฺพวนสฺส  อวิทูเร”ติอาทีสุ  สมีปสมีปิภาวสมฺพนฺเธ  ฉฏฺฐี.

สุวณฺณสฺส  ราสีติ  เอตฺถ  สมูหสมูหิภาวสมฺพนฺเธ.

อวยเวน  อวยวินา  สมฺพนฺเธ  เต  สีสนฺติ  อุทาหรณํ.

วิการวิการิภาวสมฺพนฺเธน  สุวณฺณสฺส  วิกตีติ  วิการิโต  ฉฏฺฐี.

การิเยน  ผเลน  การณสฺส  สมฺพนฺเธ  วจนีเย.  ยวสฺสาติ  การณโต  ฉฏฺฐี.  อวิญฺาณกสฺส  สทฺทสฺส  อุตุชภาเว  สติปิ  เม  ยสฺสาติ  นิสฺสยโต  วิเสสนํ.  ตสฺสาติ  ธตรฏฺาทิมหาราชสฺส.  เหตุผลภาวสมฺพนฺเธ  ทสฺเสตพฺเพ  กมฺมานนฺติ  เหตุโต  ฉฏฺฐี.

สมฺพนฺธวเสน  อวตฺถิตานํ  สภาวานํ  อุปฺปาทชราภงฺคกฺขณสงฺขาเตน  ผลภาวาทินา    อวตฺถาวิเสเสน  สมฺพนฺเธ  ทสฺเสตพฺเพ  ขนฺธานนฺติ  นิสฺสยโต  ฉฏฺฐี.

“มนุสฺสสฺส  ภาโว”ติ  เอตฺถ  ภาโวติ  มนุสฺสสทฺทปวตฺตินิมิตฺตภูโต  วิชาติยา  วินิวตฺโต  สามญฺกาโร.

ทพฺพสนฺนิสฺสิเตน  วณฺณาทินา  สกตฺถสนฺนิสฺสิเตน  สุจริตาทินา  คุเณน    คุณิโน  สมฺพนฺเธ.  มหาภูตสงฺขาตวิเสโส  สุวณฺณํ,  ตนฺนิสฺสิโต  ปีตวณฺโณ  เตน  วิเสสียติ  สุวณฺณสฺส  วณฺโณติ.  ตถาคตสฺส  วณฺโณ  นาม  สีลาทิคุโณ  ทานาทิคุโณ  จ.  “สตํ  มุฏฺฐี”ติอาทิ  สงฺขฺยา    ปริมาณญฺจ  โลเก  คุณภาเวน  โวหรียติ.  เตสํ  สมาโยโคติ  สํโยคสมฺพนฺเธ.  สนฺธิโน  วิโมกฺโข  วิภาโค,  สนฺธิวิสิเลโสติ  อตฺโถ.  ตถาคตสฺส  ปญฺาปารมินฺติ  พุทฺธสมฺพนฺเธ.  “สุขนฺเต  อโหสี”ติอาทินา  คุณสมฺพนฺเธ.  ลหุตาทโย  อาการวิเสสา.

อุกฺขิปน อวกฺเขปน อาภุชน ปสารณ คมนาทิเภทาย  กฺริยาย  สมฺพนฺเธ.  “ตสฺส  มาตาปิตโร”ติ  โวหารสฺส  ปุตฺตภาเว  ภาวโต  มาตาทีนํ  ชนกชนิตพฺพสมฺพนฺธโต    มาตาปิตูนํ  วิเสสิตพฺพภาเว  อิจฺฉิเต  ตสฺสาติ  วิเสสนโต  ฉฏฺฐี.  “ตสฺส  ปุรโต”ติอาทิ  ทิสตฺถนิปาตาทิโยเค  ฉฏฺฐี.  ติณฺณํ  ปูรโณ  ตติโย.  เตน  ปูรณตฺถปฺปจฺจยโยเค  วสฺสานนฺติ  วสฺสสทฺธโต  ฉฏฺฐี.    ตสฺส  อุปมาติ  อุปมาย  อุปเมตพฺพายตฺตตฺโถ  อุปมาโยเค  ฉฏฺฐี.  กุเวรสฺส  พลีติ  เอตฺถปุปฺผาทิอุปหาโร  ปูชา  อญฺตฺถ  ภูมิโต  รญฺโ  ทาตพฺพภาโค

ยํ  รูปมาเทโสติ  อาเทสสมฺพนฺเธ  เอทนฺตสฺสาติ  านิโต  ฉฏฺฐี.  อาคโม  เอตสฺส  อตฺถีติ  อาคมี.    เหตฺถ  ปุถสทฺโท  อาคมสฺส  วิเสสนํ,  กินฺตุ  ปุถสฺส  สมีเป  อาคโม  ภวตีติ  อาคมาคมีภาวสมฺพนฺเธ  ฉฏฺฐี.

เทวาทนมินฺโทติ เอตฺถ  อินฺทสฺส  เทวานํ  อปริคฺคหตฺตา  วาคฺคหเณน  อินฺทปริวารภูตเทวสทฺทโต  ฉฏฺฐี.

อุชฺฌาเปตพฺพนฺติ  “อยํ  ยกฺโข  คณฺหาคี”ติอาทินา  กถาปราธํ  วตฺวา  อวชานาเปตพฺพนฺติ.  รชกสฺส  วตฺถํ  ททาตีติ  เอตฺถ  โธวนตฺถาย  ททาตีติ  สมฺปทานาภาวโต    จตุตฺถี.  โอตฺตปฺปนฺติ  โอตฺตปฺปนฺโต,  อุตฺตสนฺโตติ  อตฺโถ.

“กฺวจิ  ทุติยา  ฉฏฺฐีนมตฺเถ”ติ  อิโต  “กฺวจี”ติ    “ตติยาสตฺตมีนญฺจา”ติ  อิโต  “ตติยาสตฺตมีนนฺ”ติ  จานุวตฺตเต.

[๓๑๗]  ยชสฺส  ธาตุสฺส  ปโยเค  กรเณ  ฉฏฺฐี.  ปุปฺผสฺสาติ  ปุปฺเผน.  ฆตสฺสาติ  เอตฺถาปิ  กรเณ.

สุหิตตฺโถ  ติตฺติอตฺโถ,  เตสํ  โยเค,  ปูรณตฺถโยเคติ  อตฺโถ.  โอทนสฺสาติ  อิธาปิ  กรเณ  เอว  ฉฏฺฐี.  นานปฺปการสฺส  อสุจิโนติ  นานปฺปกาเรน  อสุจินาติ  อตฺโถ. ปาปสฺสาติ  ปาเปน  ปูรตีติ  อตฺโถ.

ตุลฺยตฺถกิลมมาทิโยเคติ  ตุลฺยตฺเถ  กึ  อลํ อิจฺเจวมาทิโยเค  ฉฏฺฐี.  ปิตรา  ตุลฺโยติ  เอตฺถ  ”กตฺตริ  จา”ติ  สุตฺเต  สทฺเทน  ตติยา.  มาตุ  สทิโสติ  เอตฺถ  “อุ  สฺมึ  สโลโป”ติ  อุตฺตํ  โลโป.

กตฺตริ  กิตปฺปจฺจยโยเค  ฉฏฺฐี.  กตีติ  กรณํ,  กติสทฺเทน  กิตนฺตโยเค  กตฺตริ  ฉฏฺฐี.  สมฺมตปูชิตสกฺกตมานิตาทิกิตนฺตโยเค  กตฺตริ  ตติยา.  เตสนฺติ  เตหิ  อปริสุตฺตนฺติ  อตฺโถ.

นจฺจคีตสฺสาติ  นจฺจคีเต  กุสลา  เฉกา.  องฺคปจฺจงฺคานนฺติ  องฺคปจฺจงฺเคสุ.  ภควโตติ  ภควติ  ปสนฺนา  อุฬารา  มหนฺตา  ยกฺขา  สนฺตีติ  อตฺโถ.  มาสสฺสาติ  เอกสฺมึ  มาเส  ทฺวิกฺขตฺตุํ  เทฺว  วาเร  ภุญฺชติ.

“กฺวจิ  ทุติยา”ติอาทิโต  กฺวจิ  ฉฏฺฐี    วตฺตเต.

[๓๑๘]  ทุติยา    ปญฺจมี  จ,  ตาสมตฺเถ.

สหสาติ  อนุปธาเรตฺวา.  กตฺตาโรติ  อิมสฺส  ตุปจฺจยนฺตกิตกสฺส  โยเค  อิมสฺส  นิพฺพตฺตนียกมฺมาเปกฺขตฺตา  กมฺมสทฺทโต  ฉฏฺฐี.  โยนิโสมนสิการาทิกุสลุปฺปตฺติการณสมวาเย  กุสลกมฺมํ  อุปฺปชฺชติ,  อโยนิโสมนสิการาทิอกุสลุปฺปตฺติปจฺจยสมวาเย  อกุสลํ  อุปฺปชฺชติ,  ตสฺมา  ตํตํปจฺจยพฺยติริตฺโต  กมฺมสฺส  การโก  กตฺตา  ปรมตฺถโต  นตฺถิ.  สุขทุกฺขลกฺขณสฺส  กุสลากุสลวิปากสฺส  คติกาลาทิปจฺจยสฺส  สมวาเย  วตฺถารมฺมทณาทิปจฺจเย  ปฏิจฺจ  อุปฺปชฺชมานสฺส  เวทโก  อนุภวิตา  ปรมตฺถโต  นตฺถิ.  เอตฺถ  ณฺวุปจฺจยนฺตการกาทิกิตโยเค  ฉฏฺฐี.  อกรณนฺติ  ยุปจฺจยนฺตกิตกโยเค.  จตุนฺนํ  มหาภูตานนฺติ  จตฺตาริ  มหาภูตานีติ  อตฺโถ.  ราโคติ  กสายรชนํ.

สร  คติจินฺตายํ. อิสุ  อิจฺฉายนฺติ  เอวมมาทีนํ  ธาตูนมฺปิ  สรตีติ  กฺวจิคฺคหณาธิการตฺตา  กมฺมตฺเถ  ทุติยา.

กโรติสฺส  ธาตุสฺส  ปโยเค  ปติยตเน  อภิสงฺขรเณ  ฉฏฺฐี.  อุทกสฺส  ปติกุรุเตติ  อุทกมภิสงฺขโรติ. กณฺโฑ  นาม  อุสุ.  ปติกุริเตติ  กณฺฑํ  อุชุํ  กโรตีติ  อตฺโถ.

ปริหายสทฺทโยเค  ฉฏฺฐี.  ธมฺมสฺส  ปริหายนฺติ  อสฺสวนตาย  ธมฺมโต  ปริหายนฺติ.  สุขสฺสาติ  สุขโต.  ทณฺฑสฺส  ตสนฺตีติ  สีหอุสภาทิอาชานิเย  วชฺเชตฺวา  สพฺเพ  ปุถุชฺชนา  ทณฺฑโต  อุตฺตวนฺติ.  มจฺจุโนติ  มรณโต  ภายนฺตีติ  อตฺโถ.

“กมฺมนิ  กิตโยเค”ติ  วุตฺตตฺตา  อติปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ    นิฏฺาทีสูติ  ปฏิเสโธ.  กโตติ  นิฏฺปฺปจฺจยนฺโต  ตตวนฺตุตาวีนํ  นิฏฺสญฺญิตฺตา.  นิฏฺาทีสูติ  เอตฺถาทิสทฺเทน  ตุนาทิปจฺจยนฺตา  มานนฺตาทโย    คยฺหนฺติ.

อิติ  ฉฏฺ ฐีวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

สตฺตมีวิภตฺยตฺถวณฺณนา

[๓๒๐]  “โย  ธาโร”ติ  นิปาตเนน  เอตฺถ  ปรสรโลโปติ  ทฏฺพฺโพ.

อาธารียตีติ  สงฺขตรูปํ  อโธคตินิวารณสตฺเถน  ธารียติ.  คุณกฺริยาทิตนฺนิสฺสยสฺส  ตพฺพิสยวุตฺติวเสน  ธารียติ  เอตฺถาติ  อาธาโร,  ปติฏฺานิสฺสยวิสยาทิโก  อตฺโถ.  กตฺตริ    กมฺเม    สมเวตานํ  ตนฺนิสฺสิตานํ  สานนิสชฺชาทีนํ  ปจนทหนาทีนญฺจ  กฺริยานํ  ปติฏฺานฏฺเ  กฺริยานิสฺสยกตฺตุกมฺมานํ  ธารณนิสฺสยานํ  ปวตฺติวิสยาทิตาย  อตฺโถ  อาธารภาเวน  อิจฺฉิโต. ตํ  กฺริยานิมิตฺตํ  วตฺถุโอกาสสญฺญํ  ภวตีติ  อตฺโถ.

นิสีทตีติ  วุตฺตกตฺตุธารเณน  ตํสนฺนิสฺสิตาย  นิสีทนกฺริยาย  ปติฏฺานฏฺเ  กฺริยานิมตฺตตาย  กโฏ  โอปสิเลสิโก  อาธาโร.  ธาเรตีติ  กตถาลิโย  ธาเรติ  นาม.

อาเธยฺยพฺยาปนีย  อุปสิเลสนีย วิสยิกรณาทินา  อาธาโรยํ  จตุปฺปกาโรติ  ทสฺเสตุํ  “โส  ปนา”ติอาทิ.  วุตฺตํ.  อาธาเร  พฺยาปกํ  อาเธยฺยวตฺถุ  เอตสฺส  อตฺถีติ  พฺยาปิโก.  วิสุํ  สิทฺเธน  อาเธยฺเยน  อุปสิเลสนํ  อลฺลียนํ  อุปสิเลโส.  ตมหรตีติ  โอปสิเลสิโก.  สมีเป  นิยุตโต  สามีปิโก.  อาเธยฺยสฺส  อุปฺปตฺติฏฺานตาย  วิสยภูโต  เวสยิโก.

อาเธยฺเยน  ธาเรตพฺเพน  กิญฺจิ  พฺยาเปตฺวา  เอกเทสํ  ปตฺถริตฺวา  ติฏฺติ.  ติเลสุ  เตลนฺติ  เอตฺถ  เตลสงฺขาตํ  อาเธยฺยํ  สกลํ  ติลทพฺพํ  พฺยาเปตฺวา ตนฺนิสฺสเย  วตฺตติ,  เอวํ  ทธิมฺหิ  สมเวตํ  สปฺปิ.  ขีเรสุ  ปน  ปกฺขิตฺตชลํ  สํโยควเสน  เอกเสเมว  ปตฺถริตฺวา  ติฏฺติ.

วิสุํ  สิทฺธภาเวน  อตฺถินิสฺวยตฺตา  ปจฺเจกสิทฺธานํ  วิสุํเยว  นิปฺผนฺนํ  วตฺถูนํ  อุปสิเลเสน  อญฺมญฺญํ  สํโยควเสนซ ยสฺมึ    อาธาเร  อลฺลียิตฺวาว  ยุตฺตํ  หุตฺวา  วตฺตติ,  โส  โอปสิเลสิโก  นามาติ  สมฺพนฺโธ.  ตํ  ยถาติ  อุทาหรณนิทสฺสเน  นิปาโต.  อาสเนติ  ปีาทิเก  สํโฆ  อุปสิเลวเสน  นิสีทติ.  ทูเร  เทเสติ อตฺโถ.

ยตฺถ  สมีปิโน  คงฺคาทิวตฺถุโน  โวหารํ  ตํตีราทิเทสสมีเป  กตฺวา  อาโรเปตฺวา  ตทายตฺตวุตฺติตาทีปนตฺถํ  ตสฺมึ  คงฺคาทิเก  ปฏิพทฺธปวตฺติภาวทีปนตฺถํ  อาธารภาโว  วิกปฺปียติ  ปริกปฺปียติ,  โส  คงฺคาทิโก  สามีปิโก  นามาติ  สมฺพนฺโธ.  วโชติ  โคยูถนิรโย.  โส  คงฺคาตีเร  วสนฺโต  คุนฺนํ  คงฺคายตฺตวุตฺติตาย  คงฺคายํ  โฆโสติ  วุตฺโต.  สาวตฺถินิสฺสิตวิหารตฺตา  สาวตฺถิยนฺติ  วุตฺตํ.

ยตฺถ  ยสฺมึ  วิสเย  อญฺถาภาววเสน  อธิปฺเปตเทสกาลาทิโต  อญฺตฺถ  อภวนวเสน  สตฺตานํ  ทพฺพคุณกฺริยาทีนญฺจ  ปวตฺติยา  อสมฺภวเสน  เทสนฺตรสฺส  อวจฺเฉทวเสน  วา  อาธาโร  ปริกปฺปียติ,  โส  วิสยาธาโร  นาม.  อนญฺภาโว  หิ  วิสยตฺโถ.  อากาเสติ  สกุณานํ  จรณสฺส  ปกฺขสาธารณวเสน  คมนสฺส  อนญฺตฺถภาวสงฺขาโต  วิสโย  ทสฺสิโต.  ภูมีสูติ  ชมฺพุทีปตลาทีสุ  ภูมีเสฺวว  มนุสฺสา  ชายนฺตีติ  สมฺพนฺโธ.  ปาเทสูติ  ปตนสงฺขาตสฺส  ปณามสฺส  เทสนฺตราวจฺเฉทนวเสน  วิสยาธาโร  ทสฺสิโต.  ตถา  ปาปสฺมึ  มโน  รมติ,  กุสเลหิ  มนสฺส  อภิรมาสมฺภวโต.  พุทฺธสาสเนติ  พุทฺธสาสเนเยว  ปสนฺโน.  “ปญฺาย  สาธู”ติอาทีสุปิ  สาธุ  ภวติ.  วินยปิฏเก  นิปุโณ  ภวตีติ  กฺริยาย  สมฺพนฺโธ.  ปิคริ  นิปุโณติ  ปิตุ  ปฏิชคฺคเน  เฉโก ภวตีติ  อตฺโถ.  ยตฺถ  หิ  กฺริยาปทํ    สูยติ,  ตตฺถ  ”อตฺถิ  ภวตี”ติ  สมฺพนฺโธ.

สพฺโพปติ  จตุพฺพิโธปิ.  ปริกปฺปิตวเสนาติ  สมีปาธารอากาสกมลอุทุมฺพรกุสุมาทีสุ  ปริกปฺปวเสน.  

กตฺตุกมฺมสนฺนิสฺสิตตฺตา  กตฺตุกมฺมสมฺพนฺธินิสชฺชปจนาทิกา  กฺริยา  ยตฺถ  อาสนถาลิอาทิมฺหิ  ปติฏฺฐิตา  โหติ,  โส  พฺยาปิกาทิเภเทน  จตุปฺปการภูโต  อาธารตฺโถ.  “โยธาโร  ตโมกาสนฺ”ติ  เอวํ  โอกาโสติ  อาจริเยน  ปวุตฺโต  กถิโตติ  อตฺโถ.  

ตตฺถ  พฺยาปิโก  อาเธยฺเยน  ปตฺถโฏ  อาธาโร  นาม  ติลขัราทิวตฺถุ.  โอปสิเลสิโก  วิสุํ  สิทฺธสงฺขาตอาเธยฺยสฺส  อุปสิเลสนกฺริยาย  อาะโร  นาม  กฎถาลิอาทิโก.  คงฺคาทินิวาสนกฺริยาธารณสมตฺถสฺส  วตฺถุโน  สามีปิโก  สมีปภาเวน  ปริกปฺปิตาธาโร  นาม  คงฺคานทีรุกฺขวิหาราทิ.  สกุณมจฺฉาทิจรณาทิกฺริยาย  ปวตฺติฏฺานตาย  อากาสชลาทิ    วิสโย  วิสยาธาโรติ  มโต  สมฺมโตติ  โยชนา.

สามิสฺมึ  ฉฏฺฐี,  โอกาเส  สตฺตมี  จานุวตฺตเต.

[๓๒๑]  สามิ    อิสฺสโร    อธิปติ    ทายาโท    สกฺขิ    ปติภู    ปสูโต    กุสโล  จ,  เตหิ  โยเค  สมฺพยฺเธ สติ.  อุภยตฺถน  อิทํ  สามิสฺสราทิสุตฺตวจนํ  อุภยสฺส  ฉฏฺฐีสตฺตมิสงฺขาตสฺส  วิภตฺติทฺวยสฺส  วิธานตฺถํ.  อิตรถา  “ควํ  สามี”ติ  เอวํ  สมฺพนฺเธ  ฉฏฺฐีเยว  สิยา.  ทายํ  อาททาตีติ  ทายาโท.  ปติภู  นาม  ปาฏิโภโค  ปุริโส.

[๓๒๒]  ธารณนฺติ  อุปธารณํ.  ชาติยา    คุเณน    กฺริยาย    นาเมน    ทพฺพสมุทายโต  เอกเทสสฺส  ทพฺพสฺส  ปุถกฺกรณํ  วิสุํกรณํ.

มนุสฺสานนฺติ  สมุทายวจนํ.  เอกเทสภูโต  ภูมิปติ  ขตฺติยชาติยา  นิทฺธารียติ  “มนุสฺสานํ  อนฺตเร  ขตฺติโย  สูรตโม”ติ.  คาวีนมนฺตเร  กณฺหคุณยุตฺตคาวี  สมฺปนฺนขีรตมา  มธุรขีรตมาติ  กณฺหคุเณน  นิทธารณํ.  อทฺธิกานํ  ปถิกานํ  อนฺตเร  ธาวนฺโต  ธาวนกฺริยาย  ยุตฺโต  ปุริโส  สีฆตโมติ  กฺริยาย  นิทฺธารณํ.

[๓๒๓]  อาทรณํ  อาทโร,    อาทโร  อนาทโร.  “กิเมเตนา”ติ  อวมญฺนา  อนาทโร,  ตสฺมึ  อนาทเร  กฺริยาวิเสเส  คมฺมมาเน.  “ภาวตา”ติ  เอตฺถ  ภาโวติ  อนาทรกฺริยนฺตโรปลกฺขณภูตา  กฺริยา,  ตาทิโส  ภาโว  เอตสฺส  อตฺถีติ  ภาววา,  ตโต  ภาววตา.

อาโกฏยนฺโต  ปหรนฺโต  สิวิราชสฺส  เปกฺขโต  ปสฺสนฺตสฺเสว  โส  ตสฺมึ  อาทรมกตฺวา  ปุตฺตเก  เนติ.

[๓๒๔]  กมฺมญฺจ กรณญฺจ  นิมิตฺตญฺจ  ตานิเยว  อตฺถา.  ทฺวนฺทปรตฺตา  อตฺถสทฺโท  ปจฺเจกํ  โยชนีโย.  “ตทนุปโรเธนา”ติ  ปริภาสโต    สพฺพตฺถ  กมฺมกรเณสุ.

ธมฺเมสูติ  ธมฺมนิมิตฺตํ  หญฺติ.  สมฺปชานสฺส  มุสาวาทภณเน.

“กมฺมกรณนิมิตฺตตฺเถสู”ติ  อิโต  ปรํ  “สตฺตมี”เตว  อธิกาโร  เวทิตพฺโพ.

[๓๒๕]  สมฺมา  ปทียติ  เอตสฺสาติ  สมฺปทานํ,  ตสฺมึ  สมฺปทานตฺเถ  กฺวจิ  สตฺตมี,  ททาติโยเค  เอวายํ  “ตทนุปโรเธนา”ติ  วจนโต.

อลตฺถ  กญฺจนมยนฺติ  ยา  นารี  ปลาลมยํ  ปลาเลน  นิพฺพตฺตมาลํ  เจติเย  ทตฺวาน  สาธุกมสฺส  ปูชนวเสน  ทตฺวา  ปุน  ภวนฺตเร  กญฺจนมยํ  สุวณฺณมยํ  อุรจฺฉทมาลํ  สห  ชาติยา  อลตฺถ  ปฏิลภิ.  สา  ปน  โพชฺฌงฺคิกญฺจ  สตฺตโพชฺฌงฺคมาลญฺจ  เตเนว  ปุญฺเ  อลตฺถาติ  อตฺโถ.

[๓๒๖]  ปญฺจมิยา  อตฺโถ  ปญฺจมฺยตฺโถ,  ตสฺมึ.  รกฺขนตฺถปโยเค  จายํ.

[๓๒๗]  กาโล    ภาโว    กาลภาวา,  เตสุ.  กาโล  นาม  นิเมสนาทิโก. ตตฺถ  นิเมโส  นาม  อกฺขินิมีลนํ.  ขณลยมุหุตฺตาทโย  ตโต  อธิกกาลวิเสสา  ปุพฺพณฺหอปรนฺหรตฺติทิวอทฺธมาสสํวจฺฉราทโย  จ.  ภวนํ  ภาโวติ  กตฺวา  อิธ  ภาโว  นาม  กฺริยา.  สา    กฺริยา  กฺริยนฺตรสฺส  อุปลกฺขณาว.  อุปลกฺขียติ  เอตายาติ  อุปลกฺขณา.  สญฺาณมิธ  อธิปฺเปตํ. ภาวลกฺขเณ  กฺริยนฺตโรปลกฺขเณ  ภาวตฺเถ    ปวตฺตมานลิงฺคมฺหา  ภวตีติ  อตฺโถ.

ตสฺสาติ  อธมฺมิกสฺส  รญฺโ  เทเส.  ผุสฺสมาสมฺหา  ปเรสุ  ตีสุ  มาเสสุ  คเตสุ.  อิโต  กปฺปโต.

โภชียมาเนสูติ  เอตฺถ  โภชนกฺริยา  เทวทตฺตสฺส  คมนปจนกฺริยาโยปลกฺขณํ.

[๓๒๘]  อุโป    อธิ    อุปาธิ,  เตหิ  โยเค.  เอตฺถ    หิสทฺโท  ลุตฺตนิทฺทิฏฺโติ  เวทิตพฺโพ.  อธิโก    อิสฺสโร    เตสํ  วจเน  อธิกตฺถอิสฺสรตฺถาภิธาเน  สตฺตมีวิภตฺติ  โหตีติ  อตฺโถ.

อุปขาริยนฺติ  เอตฺถ  อธิกตฺเต  อุปสทฺโท.  เตน  โทณฏฺทฺวยปริมาณาย  ขาริยา  อธิโก. โก  โสติ  อเปกฺขายํ  “โทโณ”ติ  อนุโยโค.  อุปนิกฺเขติ  ปญฺจทสกฬญฺชปริมาณสุวณฺณโต  อธิกํ.  กึ  ตนฺติ  อเปกฺขายํ  “กหาปณนฺ”ติ  อนุโยโค.  อธิเทเวสูติ  เทเวหิ  อธิโก.  โก  โส  ?  สพฺพญฺญู  พุทฺโธ.

[๓๒๙]  มณฺฑิตญฺจ  อุสฺสุกฺกญฺจ,  เตสุ.  อุสฺสุกฺกสฺส  ภาโว  อุสฺสุกฺกํ,  สพฺยาปารตา.  สอีหตฺโถติ  สอุสฺสาหตฺโถ.

อิติ  สตฺตมีวิภตฺยตฺถวณฺณนา.

---------------

ฉพฺพินฺติ  กมฺมกตฺตุกรณสมฺปทานาปาทานโอกาสสญฺานํ  วสา.  การกนฺติ  กฺริยานิปฺผตฺติสาธกํ  สพฺพํ  ฉปฺปารํ  โหติ.  ปริกปฺปโต  เกตฺถ  ฉปฺปการภาวมาปชฺชเตว.  ปเภทา  อตฺตโน  ปการเภทโต  ปน  ฉพฺพีสติวิธํ.

กถํ ?   นิพฺพตฺตนียํ  วิกรณียํ  ปาปณียนฺติ  ติวิธมฺปิ  กถิตํ  อกถิตํ  อภิหิตํ  อนภิหิตนฺติ  อปเรน  จตุพฺพิเธน  โวหารเภเทน  สทฺธึ  เอวํ  กมฺมการกํ  สตฺตวิธํ  ภเว.

ปญฺจวิโธติ  สุทฺธกตฺตา  เหตุกตฺตา  กมฺมกตฺตา  อภิหิตกตฺตา  อนภิหิตกตฺตา  จาติ  กตฺตา  ปญฺจวิโธ  ภเว.

อชฺฌตฺติกพาหิรวเสน  กรณํ  กรณการกํ  ทุวิธํ.

อนิวารณอชฺเฌสนอนุมติวเสน  สมฺปทานการกํ  ติธา  มตํ.

นิทฺทิฏฺวิสยอุปาตฺตวิสยอนุเมยฺยวิสยวเสน  จลาทิเภทโต  อปาทานการกํ  ปญฺจวิธํ.

อาธาโร ปน  พฺยาปิกโอปสิเลสิกสามีปิเวสยิกเภเทน  จตุพฺพิโธ  โหตีติ  เอวํ  ปเภทโต  ฉพฺพีสติวิธํ  การกํ  โหตีติ  สมฺพนฺโธ.

สลิงฺคาลิงฺคาทิเภทานมตฺถานํ  ปจฺจตฺตสภาวมตฺตปริทีปกวจนํ  ปจฺจตฺตวจนํ  นาม.

ยถาหาติ  มหานิรุตฺติยํ  “ปจฺจตฺตนฺ”ติอาทินา  วิภตฺตีนํ  สงฺคหคาถา  วุตฺตา.  ตตฺถ  ปจฺจตฺตนฺติ  ปจฺจตฺตวจนํ.  นิพฺพตฺตนียาทิกมฺเมน  อุปยุชฺชมานตฺตา  อุปโยควจนํ  ทุติยา.  ตถา  กรณนฺติ  กรณวจนํ,  ตติยาวิภตฺติยา  เอตํ  อธิวจนํ.  สมฺปทาเน  นิยุตฺตวจนํ  สมฺปทานิยํ,  จตุตฺถีวจนํ.  ยสฺมา  นิสฺสรติ  อเปติ,  ตํนิสฺสรณสฺส  อวธิภูตํ  วตฺถุ  นิสฺสกฺกํ  นาม.  สํ  เอตสฺส  อตฺถีติ  สามี.  ปริคฺคหิตาทิวเสน  ปริจฺฉินฺนสฺส  วตฺถุโน  ปริคฺคาหกาทิวเสน  นิสฺสยภูตํ  วตฺถุ  สามี  นาม.  ตตฺถ  นิสฺสกฺกปริทีปกํ  วจนํ  นิสฺสกฺกวจนํ,  ปญฺจมี.  ปริคฺคาหกาทินิสฺสยวตฺถุโน  ปริทีปกํ  วจนํ  สามิวจนํ,  ฉฏฺฐี.  ภูมิยํ  ภวํ  ภุมฺมนฺติ  กตฺตุกมฺมานํ  โอกาสปริทีปกํ  ภุมฺมวจนํ,  สตฺตมี.  อาปลนฺติ  อามนฺตนวจนํ.  ตํ  อฏฺมํ  อฏฺมีวิภตฺตีติ  อตฺโถ.

นโร  นรํ  ยาจติ  กิญฺจิ  ตฺถุํ

นเรน  ทูโต  ปหิโต  นราย,

นรา  ตมาทาย  นรสฺส  เอตํ

นเรน  นิเธตี  นร  ตํ  นิโพธ.

อิติ  ตาสํ  วิภตฺตีนํ  อุทาหรณสงฺคาหกคาถา.

อิติ  ปทรูปสิทฺธิฏีกายํ  การกกณฺฑวณฺณนา.

---------------